Chapter K/4
...ความอ่อนแอ...
เนื่องจากมีคนโอดครวญมาเยอะว่าไม่มีตังค์ซื้อหนังสือ
ต้องเอาตังค์ไปดูคอนฯ อันนี้เข้าใจนะคะ เพราะจุดนี้ ขวัญใจหลายคอนฯมาก TTTT
ดังนั้น ขวัญเลยจะเลื่อนการโอนเงินแล้วกันนะคะ เผื่อคนที่อยากได้จริงๆ
หมายถึงว่าถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยโอนมา แล้วขวัญก็จัดส่งหนังสือให้
ให้ถึงวันที่ 6 เดือน มิถุนายน (วันเกิดแฟนเค้าแหละ ฮี่ๆๆ) นู่นเลยค่ะ ^^
แต่ถ้าใครไม่มีปัญหาก็เหมือนเดิม อาจจะเริ่มโอนเร็วหน่อย แต่เดี๋ยวแชปสุดท้ายมาบอกอีกทีค่ะ ^^
-------------------------------------------
-------------------------------------
----------------------
-------
ที่ยิ้มไม่ใช่รู้สึก...ที่ไม่พูดไม่ใช่ไม่เจ็บ...
การฝืนยิ้มทั้งๆที่เป็นอะไร บางทีก็เจ็บกว่าการร้องไห้ออกมาเสียด้วยซ้ำ
แต่เพราะไม่อยากให้คนรอบข้างไม่สบายใจ ไม่อยากให้คนใกล้ตัวต้องรู้สึกแย่
จึงเลือกที่จะเก็บทุกความรู้สึกไว้ในใจ
แต่เมื่อมันเดินทางมาถึงทางตัน มันไม่มีทางให้ไปต่อแล้ว
มันเหนื่อยที่จะค้นหาปลายทาง มันควรจะเดินย้อนกลับไปเริ่มใหม่หรือเปล่าล่ะ??
ไม่เคยนับวันเวลาว่าที่คบกันมันผ่านไปนานเท่าไหร่ มีคนเคยพูดว่า
ถ้าทุกๆวันที่อยู่ด้วยกันมันมีความสุข จะทำให้ลืมวันลืมคืน ลืมวันที่เลยผ่าน แม้มันจะช้าหรือเร็วก็ตามที
สำหรับฮยอนซึงกับจุนฮยองก็คงเป็นแบบนั้น แรกเริ่มมันคงไม่สวยหรู
การที่มีคนมาพ่นบุหรี่ใส่หน้า มันไม่ค่อยชอบใจนักหรอก และยิ่งมาซื้อเขาไปด้วยแล้ว
ยิ่งไม่อยากจะคิดเลย ว่าถ้าต้องอยู่กับคนๆนี้ต่อไปจะเป็นยังไง
ตอนที่รู้ว่าถูกซื้อไปเป็นของพนัน อาการเหมือนพูดไม่ออกเพราะทุกอย่างมันมึนชา
ที่รู้อย่างเดียวคือ เสียใจ ทั้งๆที่ไม่อยากจะมีความรู้สึกอะไรเลย แต่ไม่แปลกอะไรใช่ไหม?
ถ้าจะยอมรับว่าหวั่นไหวตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น
ทุกวันที่ผ่านไป การคบกันหลอกๆ ดูเหมือนเป็นเรื่องเพ้อฝัน ที่ควรอยู่ในนิยายหลอกเด็ก
แต่พอมาเจอกกับตัวเองมันก็พูดไม่ออก ความใกล้ชิด
อาการห่วงใยที่ไม่รู้ว่าออกมาจากใจหรือเสแสร้ง ก็ทำให้รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย
ในเมื่อหัวใจไม่ใช่ก้อนหิน ไม่แปลกอะไรเลยที่จะมีความรู้สึก
สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ารักเขาไปแล้ว รักไปทั้งใจเสียด้วยซ้ำ
แต่สถานะที่เป็นอยู่ตอนนี้มันกำกวมเกินกว่าจะอธิบาย บางครั้งเหมือนจะดี แต่บางครั้งมันก็แย่ลง
จนในที่สุดก็ยอมเป็นคนที่ถอยออกมา ใครจะทนเห็นคนที่รักไปจูบอยู่กับคนอื่น
มีความรู้สึก มีหัวใจ เพราะฉะนั้น...มันก็เลยเจ็บ!
ที่กลับมาใช้ชีวิตคนเดียว มันไม่ชินเลย ไม่ชินสักนิด การเดินกลับบ้านคนเดียวมันเหงากว่าที่เคยเป็น
ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ใช้ชีวิตแบบนี้ กินข้าวคนเดียว อยู่คนเดียว
แต่อย่างที่คนเขาบอกกัน ถ้าเราให้ใครมาอยู่ในชีวิตเราแล้ว
มันยากที่จะผลักเขาออกไปจากชีวิต
ยิ่งอยากลืมเท่าไหร่
สมองยิ่งกลับจำ....
ไม่ได้คิดว่าจะต้องกลับมาเจอกันอีก ไม่เคยคิดว่าจะมองหน้ากันติดหรือเปล่า
แต่แค่เห็นว่าอีกคนถูกซ้อม หัวใจมันก็ร้อนรน ไม่รู้ว่าควรจะกรีดร้อง หรือวิ่งเข้าไปช่วยก่อนกัน
แต่คนเรามันก็ไม่โชคร้ายเสมอไปหรอก อย่างน้อยก็ช่วยให้อีกคนรอดพ้นมาได้บ้าง
ตอนที่ร่างสูงเดินตามมา ยอมรับว่าหวั่นไหว ไม่อยากจะหยุดคุย ไม่อยากหยุดสนทนา
เพราะกลัวว่าจะใจอ่อน อีกอย่างก็ไม่เคยรู้เลยว่าอีกคนคิดอะไรอยู่ ไม่อยากกลับไปเจ็บซ้ำๆซาก
แต่พออีกคนขอให้คบกัน แม้อยากจะปฏิเสธเท่าไหร่ แต่สมองมันไม่ฟังคำสั่งสักนิด
กล้ามเนื้อบนใบหน้ากลับทำงานให้มีรอยยิ้มแต่งแต้ม แค่นี้ก็แทนคำตอบทุกอย่าง การกระทำแทนคำตกลง
ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนขี้หึง แต่ถึงจะเป็นผู้ชาย แต่ก็ใช่ว่าจะหวงไม่เป็น
ก็รักคนนี้ อยากอยู่กับคนนี้ อยากดูแลคนนี้ และอยากให้คนนี้เป็นของเขาแค่คนเดียว
ไม่รู้ว่าอีกคนจะมองว่าเป็นคนแรงหรือว่าเข้าไปวุ่นวายในชีวิตเกินไปหรือเปล่า
แต่ที่ทำมันออกมาจากจิตใต้สำนึก ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยรักใครพอมารักคนนี้
คบคนนี้ มันก็ไม่รู้ว่าต้องวางตัวยังไง อยากจะทำอะไรก็ทำ อยากจะโวยวายก็โวย
แต่พอจะรู้ว่าอีกคนก็ไม่ค่อยจะตามใจสักเท่าไหร่
ก็แค่เป็นคนๆหนึ่งๆ ที่อยากจะมีคนรักที่ดี อยากทำสิ่งๆดีร่วมกัน แต่ก็เหมือนจะลืมคิดไป ว่าอีกคนไม่ใช่คนดี
อีกคนมักจะบอกอยู่เสมอว่าเขาไม่ใช่คนดี ไม่ดีในที่นี้ไม่ได้เสพยา ค้ามนุษย์
เพียงแค่การกระทำบางอย่าง กินเหล้า เล่นการพนัน ต่อยตีกับชาวบ้านบ้าง
คนภายนอกก็คงมองว่าแค่คนเลวๆคนหนึ่ง แต่ถ้าได้สัมผัสแล้วจะรู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น
ถ้าใช้หัวใจ...แล้วจะรู้ ว่ายงจุนฮยอง ไม่ได้เป็นคนเลว...
เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต บางทีก็สุขบ้าง เศร้าบ้าง อยู่กันไปเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง
แต่ที่จริงมันมีอะไรที่มากกว่านั้น แม้จะไม่ค่อยได้พูด แต่ก็รู้ว่าหัวใจมันผูกกันอยู่
ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ถ้าวันใดที่มีคนสามที่สี่เข้ามา ปัญหาที่เกิดขึ้น มักจะยุ่งยากเสมอ
สำหรับฮยอนซึงแล้ว การที่อีกคนมีคนอื่น มันทำให้เขารู้สึกแย่
ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียด แต่ไม่เข้าใจ ว่าที่มีอยู่ยังไม่พออีกเหรอ?
เขาดีไม่พอที่จะทำให้จุนฮยองรักเขาแค่คนเดียวงั้นเหรอ?
พยายามทำเป็นเข้มแข็ง พยายามทำเป็นไม่สนใจ อยากจะนอนกับใครก็นอน
อยากทำอะไรก็ทำ เพราะบอกแล้วว่าเลิกไม่ได้
แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้หน้ากากของคำว่าไม่สนใจ มันกำลังแสดงสีหน้าแบบไหน
ทั้งเจ็บ! ทั้งปวด! ทั้งทรมาน!
แต่เพราะเลิกรักไม่ได้ ก็ต้องยอมทน เพราะเลิกรักไม่ได้ก็ต้องมองข้ามสิ่งที่มันจะทำให้รู้สึกแย่
ใช่ว่าที่อยู่ด้วยกันไม่มีความสุข มันสุขจนบอกไม่ถูกต่างหาก เพราะถ้าไม่มีความสุขคงไม่อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้
ถ้าไม่มีความสุขคงไม่ต้องทนทะเลาะ คงไม่ต้องมานั่งปวดหัวไปวันๆ
ลองนึกถึงเรื่องที่ดีๆ ความเอาใจใส่จากอีกคน อาการห่วงหา แม้จะทำเป็นไม่ห่วง แต่การกระทำก็ดูรู้
อ้อมกอดที่อบอุ่นเวลานอนอยู่ด้วยกันทุกคืน ทำให้ลืมว่าความหนาวเป็นยังไง
ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับเซ็กส์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบโดยรวม
จุนฮยองไม่ใช่คนที่ต้องการในเรื่องอย่างว่ามากมาย
ร่างสูงมักจะรู้จักวิธีกำจัดความใคร่ของตัวเองเสมอ
แค่เพียงกอด แค่เพียงจูบ ก็พอจะทำให้ผ่านพ้นไปได้ในแต่ละคืน
สิ่งนี้ทำให้ฮยอนซึงรู้ว่า จุนฮยองไม่ได้รักเขาที่ร่างกาย แม้จะมีอะไรกันไม่บ่อย แต่จุนฮยองก็ไม่เคยเอ่ยปาก
บางทีการที่อยู่ด้วยกัน มันเหมือนการใช้หัวใจร่วมกัน ทุกข์ สุข ไปด้วยกัน แค่มีรอยยิ้มให้ทุกๆวัน มันก็เพียงพอ
ถ้าความรักมันเดินทางมาถึงจุดอิ่มตัว ไม่ว่าจะพยายามอะไร มันก็ดูน่าเบื่อสำหรับอีกคน
และยิ่งถ้าไม่ต้องการด้วยแล้ว ก็ยิ่งอยากจะผลักไสออกไปให้ไกลจากชีวิต
ฮยอนซึงไม่เข้าใจเหตุผลที่อีกคนทำ ทำไมถึงต้องเอาเขาไปพนัน
ทำไมต้องทำเหมือนเขาเป็นแค่ของชิ้นหนึ่ง จะโยนให้ใครก็โยน
แม้อยากจะเข้าใจเหตุผล แต่ในเมื่ออีกคนไม่มีเหตุผลให้ ก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง
ไม่ได้หวังว่าให้อีกคนแก้ตัว ไม่ได้หวังให้อีกคนขอโทษ แต่หวังว่าเหตุผลที่จุนฮยองมีให้มันจะฟังขึ้นบ้าง
แค่เพียงเหตุผลสั้นๆ ไม่ว่าเหตุผลนั้นเป็นยังไง จะฟังไม่ขึ้นแค่ไหน แต่ฮยอนซึงก็จะเชื่อ
บอกแล้ว ว่าถ้าจุนฮยองพูด เขาก็จะเชื่อ!
ที่ตัดสินใจแบบนี้ ไม่ใช่ไม่เจ็บ แต่มันดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ เหตุผลต่างๆนานาที่ร่างบางคิดไปเองว่าอีกคนจะผลักไสมีอยู่ร้อยแปดเหตุผล
แต่เหตุผลที่ชัดเจนที่สุด คือจุนฮยองไม่ต้องการแล้ว!
แต่มันยังไม่พร้อม มันยังเดินจากไปไม่ได้ ไม่อยากเป็นคนเอ่ยคำว่าเลิก
ไม่อยากพูดคำนี้ ถ้าไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
ที่ทำได้ก็แค่รอเวลา รอให้หัวใจมันชินกับการอยู่คนเดียว
ถ้าถึงวันนั้น จุนฮยองจะขออะไร จะอยากเดินจากไปในรูปแบบไหน เขาเองก็พร้อมที่จะยอมรับมัน
--------------- BADNESS ------------------
เกือบสองอาทิตย์ที่ร่างบางพยายามใช้ชีวิตคนเดียว
มันดูไม่ง่ายเลยยิ่งเห็นว่าจุนฮยองมานั่งรอทุกวัน มันก็ยากที่จะตัดใจ
หรือว่าบางที ลึกๆแล้ว ฮยอนซึงไม่ได้คิดจะตัดใจจริงๆ...
"ฮยอนซึง นายจะไม่ทำอะไรหน่อยเหรอ?” กีกวังเท้าคางนั่งมองเพื่อนตัวเองที่หลบมาอยู่หลังร้าน
“ทำอะไรล่ะ?” ร่างบางที่นอนฟุบกับโต๊ะเงยหน้าขึ้นมาถาม
"ขนาดฉันเป็นคนนอก ฉันยังอึดอัดเลย พวกนายสองคนไม่อึดอัดหรือไงเล่า?"
กีกวังเบ้ปากออก เขาเองอยากจะระเบิดตัวตายเพราะบรรยากาศที่มันน่าอึดอัดแบบนี้จะแย่
"แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง? ก็จุนฮยองไม่บอกเลิกฉัน!"
แค่คิดว่าถ้าจุนฮยองบอกออกมาจริงๆ หัวใจจะรับมันไหวไหม?
"ไม่ได้เกี่ยวกับที่จุนฮยองยังไม่บอกเลิกนาย แต่มันอยู่ที่ตัวนาย
ตัวนายยังรักเขาอยู่ นายเลยไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริง" กีกวังจริงจังกว่าที่เคยเป็น
"ฉัน..." ไม่สามารถพูดอะไรได้หรอก คำพูดเพื่อนมันแทงใจดำ
"ถ้านายรักเขา นายก็ให้อภัยเขา กลับไปเหมือนเดิมเถอะนะ" ไม่ได้อยากให้เพื่อนกลับไปเจ็บซ้ำซาก
แต่แค่ไม่อยากเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้
"เขาไม่ได้ต้องการฉัน!" น้ำตาเม็ดใสร่วงเผาะอย่างห้ามไม่อยู่
"เห้อ~ ฮยอนซึง จุนฮยองเคยบอกนายหรือไงว่าไม่ต้องการนาย เขาเคยบอกหรือไงว่าไม่รักนาย?"
คำพูดของกีกวังถูกต้องทุกอย่าง
จุนฮยองไม่เคยพูดว่าไม่ต้องการ ไม่เคยพูดว่าไม่รัก
แล้วทำไม่ต้องทำเหมือนจะผลักไสให้ออกไปจากชีวิตล่ะ? ทำไมเหรอ?
"ไปทำงานกันเถอะ อย่าคิดมากเลย" กีกวังบีบไหล่เพื่อนเพื่อให้กำลังใจ ก่อนจะเป็นคนที่เดินนำออกไป
"อ้าว! ซึงโฮ" เจ้าของตาเรียวเอ่ยทักคนที่กำลังเดินสวนเข้ามาพอดี
"หวัดดี กีกวัง" ชายหนุ่มยิ้มให้ ก่อนจะเหลือบตามองร่างบางที่นอนฟุบโต๊ะอยู่
"อย่าเข้าไปเลยนะ นายก็รู้ว่ามันไม่สมควร" กีกวังเป็นคนตรง อะไรที่เขาคิดมักจะถูกถ่ายทอดเสมอ
"ฉันรู้ว่าที่ตรงนั้นไม่ใช่ที่ของฉัน แต่นายอย่าลืมสิ
ว่าไอ้จุนฮยองมันเป็นคนเว้นว่างที่ของมัน ฉันก็ควรมีสิทธิ์ไม่ใช่เหรอ?" ชายหนุ่มลอบถอนหายใจเบาๆ
"นายมีสิทธิ์ทุกอย่างแหละซึงโฮ แต่ฮยอนซึงเขาไม่ได้รักนาย" กีกวังพูดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไป
ถ้าเจ็บมันต้องเจ็บให้ถึงที่สุด พอมันเจ็บไม่ไหวมันจะกลับมารักตัวเอง ...ขอโทษนะ ยังซึงโฮ...
-------------------BADNESS ------------------
ร่างสูงที่นั่งอยู่ตั้งแต่บ่ายเริ่มไล่สั่งเมนูเมื่อพระอาทิตย์จะตกดิน
สร้างความไม่เข้าใจให้กีกวังและดงอุนอีกเช่นเคย
คือมานั่งอยู่ตั้งนาน แล้วเพิ่งจะมาสั่ง?
"นี่มันเจ็ดอย่างแล้วนะ นายจะสั่งไปไหนเนี่ย จุนฮยอง"
กีกวังถอนหายใจพรืด เมื่อเขาจดเมนูที่จุนฮยองสั่งมาเยอะแยะ
"แมคคาเดเมีย เอิร์ธเควก แค่นี้ล่ะ" จุนฮยองยื่นเมนูส่งกลับให้เจ้าของตาเรียว
"เห้ย!! แค่นี้? แค่นี้อะไรของนาย เอิร์ธเควกนี่มันเซ็ตใหญ่นะ
จะกินหมดหรือไง แล้วสั่งมามันเสียของนะ!" กีกวังแหวเสียงดัง จนคนที่อยู่ในร้านหันมามอง
"เรื่องของฉัน" คำตอบสั้นๆทำให้กีกวังอยากจะกรีดร้อง อยากจะเชียร์ให้ฮยอนซึงบอกเลิกไปเสียเลย
ฮึ่ย! หงุดหงิด
"นายดูแฟนนายนะฮยอนซึง สั่งมาได้ สิบสองอย่าง บ้าหรือเปล่า? ว่างพาๆไปตรวจบ้างก็ดีนะ"
กีกวังวางออร์เดอร์ลงบนโต๊ะ แต่ก็เดินไปช่วยร่างบางตักไอศกรีมที่จุนฮยองเป็นคนสั่ง
"ดงอุนยกไปให้หมอนั่นหน่อย ฉันไม่อยากจะยุ่งแล้ว" กีกวังบอกร่างโปร่งที่เก็บโต๊ะอยู่ใกล้ๆ
"อย่าทำหน้าแบบนี้สิ เดี๋ยวก็แก่เร็วหรอก" นิ้วเรียวคลายปมที่จะผูกเป็นโบว์ที่หัวคิ้วให้คนรัก
"ก็มันหงุดหงิดนี่" กีกวังพ่นลมหายใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้
"ฉันสั่งให้นาย ฮยอนซึง" คำพูดเดิมที่ได้ยินมาเกือบสองอาทิตย์ทำให้ ร่างบางต้องขมวดคิ้ว
"ให้ฉัน?" ดงอุนที่กำลังจะทยอยยกไอศกรีมไปต้องวางลงที่เดิม เมื่อร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ข้างๆเขา
มือหนาจัดแจงวางไอศกรีมตรงหน้าคนสวยทีละอย่าง แต่ฮยอนซึงก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
"นายต้องการอะไรจุนฮยอง?" ฮยอนซึงต้องพยายามอย่างมากที่จะข่มอารมณ์ไว้
"จำได้ไหม? ว่ามันเป็นไอศกรีมที่ฉันสั่งให้นายตั้งแต่วันแรก"จุนฮยองไม่ได้ยิ้ม แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ
"แล้วนายมาสั่งมันทำไมเยอะแยะ ใครจะกิน เสียของหมด"
ร่างบางบ่นอุบ แม้จะไม่ใช่เจ้าของร้าน แต่ก็รู้สึกเสียดายที่จะไม่มีคนกิน ลำพังเขาคนเดียวคงกินไม่ไหวแน่ๆ
"ไอศกรีมทุกรสฉันตั้งใจให้นาย ฉันอยากบอกนาย ถ้านายเข้าใจความหมายของมัน"
ยิ่งจุนฮยองพูด ร่างบางก็ยิ่งไม่เข้าใจ
"Cookie&Cream Oreo Mocca Espresso" ฮยอนซึงเอ่ยชื่อไอศกรีมที่วางอยู่ตรงหน้า
ก่อนจะไล่เรียงจนถึงถ้วยสุดท้าย
"ตกลงไหม?" จุนฮยองเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เมื่อฮยอนซึงพูดชื่อไอศกรีมตัวสุดท้ายจบ
"นายจะบอกอะไร ฉังงไปหมดแล้ว" คิ้วเรียวขมวดเป็นปม ดวงตากลมจ้องคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
"อักษรตัวแรกของไอศกรีม ถ้านายมาเรียงมันเป็นคำ มันคือสิ่งที่ฉันอยากบอกนาย"
พูดจบก็เสมองทางอื่น มือหนากำแน่นเมื่อหัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น
Blueberry
Apple Cranberry Sorbet
Chocolate Peanut Butter Cup
Kit Kat
ร่างบางค่อยๆเรียงร้อยตัวอักษรทีละตัว
Thin Mint
Orange Chip
"อ๊ะ!" ฮยอนซึงเผลอยกมือขึ้นปิดปาก หัวใจสั่นวูบราวกับมีลมกรรโชกแรง
"COMEBACK TO ME" เสียงทุ้มตอกย้ำว่าสิ่งที่ร่างบางเข้าใจนั้นถูกต้อง
กีกวังและดงอุนบีบมือกันแน่น ก่อนจะหันมามองกันตาปริบๆ
กีกวังรู้ดีว่าฮยอนซึงไม่ใช่คนใจแข็งอะไร ขนาดคนใจแข็งอย่างเขา ถ้าเจอแบบนี้ก็ใจอ่อนง่ายๆ
"ฮึก..." ร่างบางกลั้นก้อนสะอื้น ก่อนจะวิ่งเข้าไปหลังร้าน และปิดประตูลงเพื่อกันอีกคนตามมา
ฮยอนซึงทรุดลงนั่งพิงกับประตู เรี่ยวแรงที่เคยมีเหมือนจะหายไปหมด
ถามว่าดีใจไหม ก็คงต้องตอบว่าดีใจ แต่หัวใจมันก็ยังแอบกลัวว่าสิ่งที่อีกคนทำเป็นการเสแสร้ง
"ฮยอนซึง" จุนฮยองทรุดตัวลงนั่งพิงประตูเช่นเดียวกัน
ทั้งสองคนจึงเหมือนนั่งพิงกันอยู่ เพียงแค่มีบานประตูกั้นเท่านั้น
"ฮึก..." แม้พยายามจะกลั้นเสียงที่น่าอายเท่าไหร่ แต่อีกคนกลับได้ยินมันชัดเจน
"ขอโทษนะฮยอนซึง ขอโทษ" อาจจะบอกได้ว่าคำขอโทษออกมาจากปากร่างสูงเป็นสิบเป็นร้อยครั้ง
"พอทีจุนฮยอง ฮึก.. ยิ่งนายทำเหมือนยังต้องการฉัน ฉันยิ่งเจ็บ ฮึก..
อย่าหลอกฉัน อย่าให้ฉันคิดไปเองเลย ฮึก.."
เสียงแหบพร่าบ่งบอกว่าร่างบางคงพยายามอย่างมากที่จะพูดมันออกมา
“ฉันต้องการนายจริงๆนะ” จุนฮยองพ่นลมออกมาจากปาก เขาไม่เข้าใจตัวเองเลย
ว่าทำไมถึงพูดอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้
“งั้นฉันขอเหตุผลนายหน่อยได้ไหม? ทำไมวันนั้นนายถึงยอมให้ฉันไปกับคนอื่น ฮึก...”
ยิ่งเสียใจมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
“ฉัน....” ร่างสูงอยากจะหายาวิเศษที่กินแล้วสามารถพรั่งพรูสิ่งที่อยู่ในใจออกมาให้หมด
แต่ยาตัวนั้นมันไม่มีในโลก ไม่มียาสำหรับคนที่ไม่ชอบแก้ตัวหรอก!
Rrrrrrrrr
สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงทำให้ร่างบางรีบปัดน้ำตาออก ก่อนจะหยิบขึ้นมาดู
“ฮัลโหล” ร่างบางทักทายปลายสาย โดยพยายามให้เป็นปกติที่สุด
“....”
“หืมม์?” ฮยอนซึงขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินคำถามจากปลายสาย
“...”
“หมายความว่าไง ดูจุน” เสียงหวานดังขึ้น จนจุนฮยองอยากจะเข้าไปหาเสียตอนนี้
“....”
“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน ทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่วันนั้น!!” ไม่บ่อยเลยที่ฮยอนซึงจะขึ้นเสียงกับคนอื่น
“เป็นอะไรฮยอนซึง” ชายหนุ่มเคาะประตูเรียก กีกวังและดงอุนก็หันมามองอย่างสนใจ
“ทุเรศ! ทุเรศที่สุด พวกนายมันแย่ที่สุด! ฮึก...”
ฮยอนซึงเก็บโทรศัพท์ไว้อย่างเดิม หลับบางพิงบานประตูอย่างหมดแรง
“ฮยอนซึง” มือหนาลอดผ่านประตูซึ่งมีช่องว่างพอที่จะส่งของอะไรผ่านได้บ้าง
จุนฮยองสัมผัสมือบางที่วางไว้บนพื้น ออกแรงบีบเล็กน้อย เหมือนอยากรับรู้ทุกความรู้สึกของอีกคน
“ทำไมนายไม่บอกฉันจุนฮยอง ถ้านายบอกฉันสักนิด เราจะไม่เป็นแบบนี้เลย”
น้ำใสไหลรินจนใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา
“ไอ้ดูจุนบอกเหรอ? หึ! ก็ฉันไม่ชอบแก้ตัวนี่” จุนฮยองแค่นยิ้มให้กับตัวเอง
“นายมันนิสัยไม่ดี!” ร่างบางสะบัดมือออกด้วยความแรง จนจุนฮยองตกใจกับการกระทำอีกของคน
“ฉัน...” ยังไม่ได้พูดอะไร บานประตูสีเข้มก็เปิดออก ก่อนที่ร่างบางจะโผกอดอีกคนเต็มรัก
“ทำไมไม่บอกฉันว่าแพ้เหล้า ทำไมนายไม่บอกว่านายกินต่อไปไม่ไหว
ฉันควรจะเป็นคนที่ดูแลนายตอนนายทรมานไม่ใช่หรือไงเล่า!”
แม้ใบหน้าหวานจะซุกอยู่ที่ซอกคออีกคน แต่เสียงที่ออกมาก็ชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ถ้าฉันพูดไปก็เหมือนฉันแพ้แล้วพาลสิ” จุนฮยองสูดความหอมจากเรือนผมนุ่มที่คิดถึงมาหลายวัน
“นายคิดอะไรของนาย เลิกเป็นแบบนี้ได้แล้วจุนฮยอง ไอ้อาการไม่ชอบแก้ตัว แล้วก็ปากหนักอีก เลิกได้แล้ว!”
มือบางทุบหลังกว้างรัว
“ก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ แต่มันเปลี่ยนไม่ได้นี่” จุนฮยองอมยิ้มให้กับอาการเอาแต่ใจของอีกคน
“ที่หลังถ้านายมีอะไร เป็นอะไร ต้องบอกฉันนะ ฉันขอเป็นคนแรกที่รู้เรื่องนะ!”
ร่างบางผละออกจากอ้อมกอด ดวงตากลมที่แดงกล่ำจ้องมองอีกคนพลางเม้มปากแน่น
“หึ! จะพยายามแล้วกัน แต่ตอนนี้นายจะกลับมาหาฉันไหม?” นิ้วเรียวปาดน้ำตาออกจากใบหน้าสวย
“ก็ไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย แค่เปลี่ยนทำเลการนอนเฉยๆ สงสัยวันนี้ต้องกลับไปที่เดิมแล้วมั้ง”
ฮยอนซึงยิ้มหวาน ที่หลอมละลายหัวใจอีกคน
“ขอบคุณนะ จางฮยอนซึง” ไม่รู้จะพูดอะไรไปมากกว่านี้ คำๆนี้คงเป็นคำที่ดีที่สุด
--------------- BADNESS ---------------
“ฮัลโหล”
"ไอ้จุนฮยองมันเป็นไงบ้าง "
“หืมม์?”
"ฉันไม่ได้อยู่โซล เพิ่งจะมีเวลาโทรหา มันหายหรือยัง หมอบอกให้มันไปหาอีกครั้งด้วยนะ" ชายหนุ่มพูดยาวเหยียด
“หมายความว่าไง ดูจุน”
"ก็มันแพ้เหล้านี่ อย่าบอกนะว่านายไม่รู้? มันไม่ได้บอกนายเหรอ? โอ้ย! ยังไม่ได้คุยกันอีกหรือไง?"
“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน ทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่วันนั้น!!” สิ่งที่ได้รู้ทำให้สงบอารมณ์ไม่ได้จริงๆ
"ฉันนึกว่านายกับมันจะคุยกันแล้ว วันนั้นที่นายออกไป มันก็สลบไปเลย
ฉันต้องแบกมันไปหาหมอ หมอบอกว่าอาการมันแย่พอตัว เลยต้องให้ยามาเยอะหน่อย แถมยังต้องไปหาซ้ำอีก"
“ทุเรศ! ทุเรศที่สุด พวกนายมันแย่ที่สุด! ฮึก...” สายตัดไปแล้ว แต่ชายหนุ่มยังคงถือโทรศัพท์ค้างไว้
เห็นทีเรื่องจะเลวร้ายกว่าที่เขาคิด เขารู้จักจุนฮยองดี ไม่แปลกอะไรเลยถ้ามันจะไม่บอกเหตุผล
แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า แค่พูดออกไปมันจะยากอะไร แต่พอลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง
ก็พอจะเข้าใจว่าการจะพูดบางเรื่อง มันไม่ได้ง่ายเลย บางเรื่องมันก็พูดออกไปไม่ได้จริงๆ....
-----------------BADNESS ------------------
เลิกเถอะ!...ไอ้อาการปากหนัก ไม่ชอบแก้ตัว
เลิกเสียทีจุนฮยอง! ถ้าวันหนึ่งนายเสียฉันไปจริงๆ
นายยังจะเป็นอย่างนี้อยู่หรือเปล่า นายจะปล่อยให้ฉันเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลยเหรอ?...
--------- JANG HYUNGSEUNG ---------
ขอโทษนะฮยอนซึง ฉันไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลย
อยากจะทำอะไรให้นายมีความสุขบ้าง
แต่ฉันมันเป็นคนแบบนี้ เป็นคนเลวๆคนหนึ่ง
แต่ฉันก็รักนายนะ รักนายจริงๆ...
-------- YONG JUNHYUNG ---------
kwanjaii's Talk
++ การี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด นี่มันอะไร? อะไร? อะไรค้า....
บทบรรยายเยอะมาก ซึ่งไม่ถนัดอย่างแรง อ่านแล้วติดขัดก็ขอโทษค่ะ
++ เหตุผลจุนฮยองปัญญาอ่อนอ่ะ ฮ่วยยยยยยย แต่ก็นะ อะไรที่มันแย่ๆ มองข้ามมันไป คิคิ
++ เหมือนแชป L จะจบแล้ววววววว ฮู่เร่ๆๆๆๆๆๆๆ ดีใจไหม?? กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด ^^
edit @ 1 Feb 2012 23:34:09 by kwanjaii
edit @ 2 Feb 2012 21:12:36 by kwanjaii
ในที่สุดก็จะจบแล้วอ่ะไม่อยากให้จบเลย
เฮ้อ!!!
#1 By Ploynakaa55 (125.26.171.56) on 2012-02-02 21:54