[FIC]...Badness...(L)
posted on 07 Feb 2012 16:47 by kwnjaiiติ๊ด~~
เสียงเตือนโปรแกรมแชทดังไม่ขาด พร้อมกับนิ้วเรียวที่พิมพ์รัวลงไปบนโทรศัพท์ราคาแพง
"ฮยอนซึง" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกบุคคลที่นั่งอยู่
“..........”
"ฮยอนซึง" เหมือนเสียงจะดังขึ้น เมื่อร่างบางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากอุปกรณ์สื่อสาร
“........”
"จางฮยอนซึง!" แทบจะเป็นการตะโกนเสียด้วยซ้ำ
"หืมม์" เสียงหวานขานรับแต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง
"คุยกับใคร มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?" ร่างสูงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
"สำคัญสิ สำคัญมาก!" ร่างบางตอบกลับ และนั่นก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
"เฮอะ! งั้นก็เชิญคุยไปเหอะ" ว่าแล้วก็เดินไปคว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร
"จะไปไหนน่ะ? จุนฮยอง" เสียงหวานเอ่ยถาม เมื่อร่างสูงเปิดประตูห้อง
"หึ! สนใจด้วยเหรอ?" ร่างสูงแค่นยิ้ม
"สาวว่ะจุนฮยอง งอนเหรอจ๊ะ?" เสียงหวานล้อเลียนอีกคนจนทำให้ชายหนุ่มหน้าแดง
"ไม่ได้สาวโว้ย!" จุนฮยองพูดเสียงดัง ฮยอนซึงจึงลุกขึ้นเดินมาหาคนที่กำลังเปิดประตูค้างไว้
"คุยกับหม่าม๊าอยู่ หม่าม๊าบอกให้ไปหา" บอกเสียงอ่อน พร้อมกับมอบรอยยิ้มละลายใจ
"หึ!" จุนฮยองเม้มปากเป็นเส้นตรง ไม่ได้ไม่เชื่อ แต่กำลังคิดว่าตัวเองโคตรงี่เง่า!
"นายน่ารักนะ หมาปากห้อยของฉัน" สองมือบางดึงแก้มร่างสูงเบาๆ
"หึ! อย่าจับ!" จุนฮยองเบี่ยงตัวหนี แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนจะยิ่งยุ
"ทำไม? จะเก็บไว้ให้คนอื่นจับหรือไง?" ร่างบางเลิกคิ้วถาม ไม่ได้น้อยใจหรือแดกดัน แต่เหมือนจะล้อเลียนมากกว่า
"หึ!" จุนฮยองไม่ตอบ มือหนาดันประตูปิดก่อนจะหันมาเผชิญหน้าร่างบาง และรั้งเอวอีกคนเข้ามาชิดตัว
"ทำอะไรน่ะ" ฮยอนซึงที่ไม่ทันได้ตั้งตัว จึงถูกดึงไปชิดกับอกกว้างทันที
"จูบได้ป่ะ?" อยู่ดีๆก็ถามขึ้นมาเสียดื้อๆ ทำเอาร่างบางไปต่อไม่ถูก
"ไม่สบายหรือเปล่า? เป็นอะไรมากไหม?"
หลังมือบางเอื้อมไปแตะหน้าผากเนียนแผ่วเบา ปกติเคยถามเสียที่ไหนล่ะ?
"ฉันสบายดี สบายมาก!!" จุนฮยองกระซิบข้างหู แต่เป็นการกระซิบที่ทำให้ฮยอนซึงขนลุกซู่
"ปล่อยก่อนจุนฮยอง อึดอัด!" ร่างบางผลักอกกว้างให้ออกห่าง น้ำเสียงจุนฮยองไม่ค่อยน่าไว้ใจสักนิด
"แค่นี้อึดอัดเหรอ? เวลากลางคืนไม่เห็นอึดอัดเลย" ชายหนุ่มยังคงกระซิบอยู่ที่ข้างหูอีกคน
"บ...บ้า! พูดอะไรน่ะ" ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัด ปากเรียวเม้มแน่นเพื่อสะกัดกลั้นความเขินอาย
"หึ! คิดอะไร? ฉันหมายถึงเวลาที่ฉันนอนกอดนาย ไม่เห็นนายบ่นเลย"
จุนฮยองเลิกคิ้วมองคนสวย และนั่นก็ยิ่งทำให้ร่างบางอายมากขึ้นกว่าเดิม
"บ้าที่สุดอ่ะ!" ฮยอนซึงยู่ปาก เขารู้สึกหน้าแตกเพล้งที่คิดถึงเรื่องอย่างว่า
"ขอบคุณนะฮยอนซึง" คำพูดของจุนฮยองทำให้คนสวยเลิกคิ้ว
อยู่ดีๆก็เปลี่ยนเรื่อง พูดอะไรก็ไม่เข้าใจสักอย่าง เห้อ~~
"เรื่องอะไร?" เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ ฮยอนซึงจึงเบียดตัวเองเข้าไปหาแทน
"ขอบคุณที่ยอมกลับมา" ทุกคำพูดมันชัดเจน เพราะเสียงทุ้มดังอยู่ข้างๆหู
"ก็ไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย" ฮยอนซึงเงยหน้ามองร่างสูง
"ไม่อยากให้ไปไหนเหมือนกัน" แค่คำพูดธรรมดา แต่กำลังทำให้หัวใจทั้งสองคนรัวกลอง
ฮยอนซึงรู้สึกถึงใบหน้าที่ร้อนผ่าว เมื่อเห็นใบหน้าที่ขึ้นสีของร่างสูง
"เขินเหรอ?" เสียงหวานเอ่ยถาม นานๆจะได้เห็นจุนฮยองในมาดนี้
"นิดหน่อย" จุนฮยองเสมองทางอื่น และนั่นก็ยิ่งทำให้ฮยอนซึงเขินมากกว่าเดิม
"น่ารักว่ะ หมาจุน" พูดจบก็ซุกหน้าลงกับอกของอีกคน เสียงหัวใจของจุนฮยองที่ดังชัดเจนกำลังทำให้ร่างบางยิ้ม
ยิ้ม...จนหุบไม่อยู่
"หึหึ!" เสียงทุ้มหัวเราะอย่างที่ชอบทำ สองมือหนาช้อนร่างบางขึ้นมาอยู่ในอ้อมกอด
"เหวอ~ ทำอะไรน่ะ" ฮยอนซึงรีบกอดคอชายหนุ่มไว้แน่น เพราะกลัวจะตก
"นายบอกว่าฉันน่ารักไม่ใช่เหรอ? งั้นรักฉันตอนนี้เลยนะ!" ไม่ทันได้เอ่ยถาม
ปากหนาก็เข้าครอบครอง สูบลมหายใจของอีกคนไปหมด
ร่างบางรู้สึกถึงเรี่ยวแรงที่อ่อนลงเรื่อยๆ แขนเรียวที่โอบรอบคอเหมือนจะค่อยๆหลุดออกจากกัน
จุนฮยองพลิกตัวมาดึงคนข้างกายเข้าสู่อ้อมกอด หลังบางที่แนบชิดกับอกกว้างรับรู้ถึงแรงกระเพื่อมที่ค่อยๆเบาลง
แขนยาวที่สอดผ่านใต้คอของฮยอนซึงทำให้ร่างบางใช้ต้นแขนของอีกคนหนุนแทนหมอน
ส่วนแขนอีกข้างที่ว่างของจุนฮยองก็พาดผ่านเอวบาง มือหนาสอดประสานกับมือของอีกคนจนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
"เหนื่อยมากไหม?" เสียงทุ้มเอ่ยถาม เมื่ออารมณ์กลับมาเป็นปกติ
"นิดหน่อย" เสียงหวานตอบรับ ตัวเขาเองก็เหมือนจะเป็นปกติเช่นกัน
"ไว้จะทำบ่อยๆ จะได้ชิน" จุนฮยองตอบเสียงเรียบ พร้อมกับออกแรงบีบมือที่ประสานกันนิ้วต่อนิ้ว
"บ้า!" ฮยอนซึงอมยิ้ม ไม่บ่อยหรอกที่จะทำเรื่องแบบนี้
เขาสองคนไม่ได้หมกมุ่นในกามอารมณ์จนถึงขนาดว่าทำทุกวัน วันละหลายๆรอบ ไม่เลือกเวลาและสถานที่
ตัวจุนฮยองเองก็ไม่ได้ร้องขอบ่อยๆ บางอาทิตย์แทบจะไม่ได้สัมผัสกันมากไปกว่าการกอดเสียด้วยซ้ำ
เพราะอยู่ด้วยกันโดยใช้หัวใจ ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะต้องการแค่ร่างกาย
ออด~~~
เสียงสัญญาณทำให้บุคคลที่นอนอยู่ขยับตัวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมา
ออด~~~~~~~~
เสียงสัญญาณที่ดังกว่าเดิม ทำให้ชายหนุ่มต้องจำใจลืมตาขึ้นมา
ออด~~~~~
เสียงสัญญาณดูจะเรียกร้องให้คนในห้องออกไปต้อนรับเสียเหลือเกิน ปากหนากดจูบที่แก้มเนียนแผ่วเบา
ออด~~~~~~~
อยากจะรู้จริงๆว่าไอ้คนที่มันมากดเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่านี่เป็นใคร
ร่างสูงเดินย้อนกลับมาหยิบผ้าห่มผืนหนาที่ปกคลุมเพียงแค่ช่วงสะโพกของร่างบางขึ้นมาจนถึงปลายคาง
"ทำไรอยู่วะ?" ทันทีที่ประตูเปิดออก คำทักทายก็ถูกส่งมาทันที
"มึงว่างขนาดมากดออดห้องชาวบ้านเล่นเลยหรือไง?" คิ้วเรียวขมวดเป็นปมเมื่อเห็นบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตู
"ก็ว่างมากจนขนาดต้องมาหามึงนี่แหละ ไอ้จุนฮยอง" ชายหนุ่มยักคิ้วกวนประสาท
"มึงแม่งน่ารำคาญว่ะ เอ๋อ" จุนฮยองส่ายหัว ก่อนจะเดินกลับเข้ามา
"มึงอ่ะชอบทำร้ายจิตใจกู ฮยอนซึงยังไม่รำคาญกูเลย ออกจะอยากอยู่กับกูด้วยซ้ำ"
"เหมือนที่มีร์อยากอยู่กับกูอ่ะนะ?" ชายหนุ่มยักไหล่เบาๆ
"พ่อง!!!" อีจุนแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะเดินฉับๆ ไปทางห้องนอน
“มึงจะไปไหน?” จุนฮยองคว้าคอเสื้อเพื่อน จนอีจุนตัวเซ
“ไปหาฮยอนซึงไง” อีจุนหันมาตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติ
“ตลกล่ะ นั่นแฟนกูเหอะ” จุนฮยองขึงตาใส่เพื่อนสนิท
“กูก็ไม่ได้พูดว่าเป็นแฟนกูนี่” อีจุนยิ้มล้อเลียนเพื่อน
“มึงกลับไปเลยไป” จุนฮยองส่ายหัวเอือมระอากับเพื่อนตนเอง
“กลับได้ไง นัดไอ้ซึงโฮไว้ เอ้อ! ไอ้ดูจุนกลับมาแล้วนะ กูนัดมันไว้เหมือนกัน
เดี๋ยวมันก็คงจะมากันแล้วมั้ง นี่ก็เที่ยงแล้วนี่หว่า กูบอกมันว่าบ่ายโมง” อีจุนบอกยาวเหยียด
“เดี๋ยว! มึงนัดไว้? ที่ไหน? ห้องกู?” จุนฮยองถามเสียงสูง มือหนาปล่อยจากการคว้าคอเสื้อเพื่อให้อีกคนได้เป็นอิสระ
“ห้องมึงนี่แหละ สบายสุดแล้ว กูสั่งพิซซ่าไว้ด้วย เดี๋ยวก็คงมาส่งเหมือนกัน”
“มึงแม่ง!” จุนฮยองถอนหายใจพรืด ก่อนจะเดินนำหน้าเพื่อเข้าไปในห้อง และปิดประตูล็อกใส่หน้าอีจุนที่กำลังตามมา
“มึงล็อกทำไม? กูขอเข้าไปด้วยดิ นะๆ กูง่วงมากเลย อยากนอน” อีจุนโวยวายอยู่ที่หน้าประตูห้อง
“นอนโซฟาไปสิ หรือมึงจะนอนที่พื้นหน้าห้องก็ได้” จุนฮยองตอบส่งๆ
“อื้ม” ร่างบางพลิกตัวนอนคว่ำ ก่อนจะซุกหน้าลงกับหมอนใบใหญ่
ร่างสูงมองร่างที่นอนคว่ำโชว์แผ่นหลังเนียน
“อื้ม” ขานรับออกไป แต่ก็ไม่ได้พลิกตัวกลับมานอนหงาย
“ตื่นได้แล้ว ไอ้หมาขี้เซา” จุนฮยองทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ
“ยังง่วงอยู่เลย” ฮยอนซึงพลิกตัวนอนหงาย ดวงตากลมค่อยๆปรือขึ้นมองอีกคน
“เดี๋ยวเพื่อนฉันจะมา ไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้าไป” จุนฮยองเอื้อมมือไปลูบหัวอีกคนแผ่วเบา
“ขอนอนอีกหน่อยนะ” ว่าแล้วก็เลื่อนตัวมานอนหนุนตักของอีกคน
“ไม่เอา อย่าดื้อดิ” เสียงทุ้มไม่ได้ตำหนิติเตียน
“ไม่ได้ดื้อนะ!” ฮยอนซึงที่นอนหนุนตักร่างสูงลืมตามองอีกคนที่ก้มหน้าลงมามองเหมือนกัน
“นายนี่มันจริงๆเลย” จุนฮยองดีดหน้าผากเนียนเบาๆ
“ฮ่าๆๆๆ” ร่างบางหัวเราะคิกคัก มือบางเอื้อมไปจับมือของอีกคนไว้
“จะอ้อนอะไรล่ะ?” จุนฮยองอมยิ้มให้กับการกระทำของร่างบาง
“เปล่าเสียหน่อย” แก้มเนียนพองลมเล็กน้อย
“หึ! อยากได้อะไรหรือเปล่าล่ะ ถ้าอยากได้จะหามาให้” ไม่ได้พูดเพื่อเอาใจ แต่อยากจะทำให้อีกคนจริงๆ
“ไม่เอาอ่ะ” ฮยอนซึงส่ายหัวเบาๆ สำหรับเขาไม่ได้คิดอยากจะได้อะไรจากอีกคนหรอก แค่อยู่ด้วยกันก็เพียงพอแล้ว
“ลุกไปอาบน้ำไป” ร่างสูงดันหลังบางให้ลุกขึ้น ฮยอนซึงจึงต้องจำใจลุกขึ้นนั่ง
“อาบให้หน่อยสิ” คนสวยกางแขนเพื่อรอให้อีกคนอุ้ม
“หืมม์?” จุนฮยองเลิกคิ้ว วันนี้อ้อนมากกว่าปกติจริงๆ
“นะๆๆ” ฮยอนซึงเขยิบตัวเองเข้ามาหาอีกคนมากขึ้น
“จริงๆเลย” จุนฮยองส่ายหัว แต่ก็ช้อนตัวอีกคนขึ้น ร่างบางหัวเราะคิกคักเมื่อชายหนุ่มพาเข้าไปในห้องน้ำ
“จะให้อาบให้จริงๆเหรอ ไม่อายหรือไง?” จุนฮยองวางร่างเปลือยเปล่า ลงในอ่างอาบน้ำ
ปกติไม่เคยหรอกที่จะยอมให้เขาได้มีโอกาสเข้ามาในห้องน้ำตอนที่กำลังอาบน้ำอยู่
“มีอะไรต้องอายอีกเหรอ?” พูดเองก็เขินเอง
“นั่นสินะ” จุนฮยองจุดยิ้ม ก่อนจะหันไปเปิดน้ำในอ่างและนั่งลงที่ขอบอ่าง
“ไม่อาบด้วยกันเหรอ?” ฮยอนซึงถาม พร้อมกับตีฟองในน้ำที่กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“เดี๋ยวค่อยอาบ นายอาบเองแล้วกัน” จุนฮยองลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจก
“เขินเหรอ?” ฮยอนซึงแกล้งแซวอีกคน
“เปล่า!” จุนฮยองตอบเสียงแข็ง ก่อนจะบีบยาสีฟันลงแปรงสีฟัน และเริ่มแปรงฟันจริงๆจังๆ
ฮยอนซึงทำความสะอาดตัวเองพร้อมกับมองอีกคนไปด้วย
ความรู้สึกดีเข้ามาปกคลุมทุกพื้นที่ในหัวใจ ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้ห้องน้ำพร้อมกันสักครั้ง แต่มันคงจะดี
ถ้าทุกๆเช้าตื่นขึ้นมาใช้ห้องน้ำร่วมกัน แม้กิจกรรมที่ทำจะต่างกัน
แต่มันก็ทำให้รู้ว่า ไม่ได้มีใครรู้สึกว่าอีกคนเป็นสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต
แต่มันให้ความรู้สึกว่า อีกคนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ราวกับเป็นคนๆเดียวกัน
“อื้อหือ หายไปนานเชียวมึง” อีจุนเอ่ยทักทันทีที่เพื่อนตัวดีเดินออกมาจากห้อง
“เรื่องของกูเหอะ” จุนฮยองมองเพื่อนที่นอนแผ่บนโซฟาแล้วก็เอือม
มึงคิดว่าเป็นห้องมึงไปเลยแล้วกัน ไอ้อีจุน
“พิซซ่ามาส่งแล้ว มึงหิวเปล่าล่ะ?” อีจุนพยักหน้าไปทางโต๊ะกินข้าวที่มีพิซซ่าวางอยู่หลายกล่อง
“เดี๋ยวรอกินพร้อมพวกมึงก็ได้” จุนฮยองเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอีกตัว
มือหนาหยิบซองบุหรี่ที่วางไว้ใกล้ๆก่อนจะหยิบบุหรี่ออกมาสูบ
“หอมจัง” ร่างบางที่โผล่ออกมาจากห้องทำจมูกฟุตฟิต พลางเดินไปทางโต๊ะอาหาร
“สวัสดีฮยอนซึง” อีจุนทักทายร่างบางด้วยรอยยิ้ม
“หวัดดีอีชางซอน มีร์ไม่มาเหรอ?” ร่างบางไม่ได้หันมามองเพราะกำลังสนใจกล่องพิซซ่ามากกว่า
“เดี๋ยวก็ตามมาล่ะ” อีจุนตอบ ก่อนจะกดโทรศัพท์หาคนที่เพิ่งเอ่ยถึง แต่ก็กดวางเพราะเสียงออด
ออด~~~~
เสียงสัญญาณทำให้ร่างบางเดินไปเปิดประตู โดยพิซซ่ายังอยู่คาปาก
“สวัสดีฮยอนซึง” ชายหนุ่มเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มกว้าง
“สวัสดีดูจุน” ฮยอนซึงกลืนพิซซ่าลงคอ แล้วทักทายกลับ
“โห่ ไอ้ดูจุน มึงยังมีชีวิตอยู่จริงๆ มาให้กูจูบกระหม่อมรับขวัญหน่อยสิ” อีจุนยันตัวลุกขึ้นนั่ง
“ขนลุกว่ะ” ดูจุนเบ้ปากเอือมระอาเพื่อน
“เป็นไงวะ? โอเคป่ะ?” จุนฮยองเป็นคนเอ่ยคำถามที่ดูจุนรู้ดีว่าหมายถึงอะไร
“ไม่รู้ว่ะ” ดูจุนเดินเข้ามาทิ้งตัวลงข้างๆอีจุน
“อ้าว! ที่หายไปนี่ไม่ได้ไปปรับความเข้าใจกับน้องลิงของมึงเหรอ?”
อีจุนขมวดคิ้วถาม เห็นหายไปตั้งนาน ก็นึกว่าจะเคลียร์กันแล้วเสียอีก
“หึ!” ดูจุนเพียงหัวเราะหึในลำคอ
ออด~~
เสียงสัญญาณดังอีกครั้ง ฮยอนซึงที่เพิ่งเดินมาถึงโต๊ะอาหารจึงต้องเดินกลับไปเปิดอีกรอบ
“อ้าว! ซึงโฮ” ฮยอนซึงยิ้มให้คนตรงหน้า
“หวัดดีฮยอนซึง” ซึงโฮยิ้มให้เล็กน้อย
“จะยิ้มกันอีกนานเปล่าวะ?” อีจุนพูดแทรกจนร่างบางต้องหันมาแยกเขี้ยวใส่
“หึหึ!” ซึงโฮส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะเป็นคนปิดประตูและเดินเข้ามา
“มึงยังไม่คุยกันเหรอ?” อีจุนใช้เท้าสะกิดเท้าจุนฮยอง
เพราะเห็นเพื่อนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากจอไอแพด
“คุยไร?” จุนฮยองถามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“มึงโกรธกู?” ซึงโฮเอ่ยถามแทนอีจุน
“ทำไมกูต้องโกรธมึง?” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อน
“กูตอบให้ไหม? มึงโกรธไอ้ซึงโฮ เพราะมันจะแย่งแฟนมึง
แต่มึงนั่นแหละปัญญาอ่อน ผลักเขาไปให้คนอื่นเอง”
ดูจุนพูด เพราะพอจะรู้เรื่องว่าซึงโฮดูแลร่างบางอย่างดีตลอดเวลาที่ห่างจากจุนฮยอง
“หึ!” จุนฮยองไม่มีข้อแก้ตัวใดๆให้เพื่อนทั้งสิ้น
“เหอะ! กูก็อยากจะแย่งมึงมานะ แต่เขาไม่ยอมมากับกู เขารักมึง เขาอยากอยู่กับมึงว่ะ ไอ้จุนฮยอง!”
ซึงโฮพูดหนักแน่น รอยยิ้มมุมปากทำให้รู้ว่าไม่ได้เจ็บเหมือนที่ควรจะเป็น
“เลิกคุยเรื่องนี้ได้ไหม? ฮึ่ย!” ร่างบางตะโกนเสียงดัง การที่เป็นหัวข้อสนทนามันไม่ได้รู้สึกดีสักนิด
“เออๆ เปลี่ยนเรื่อง เครียดกันทำไม? มึงก็คุยกันได้แล้ว งอนเหมือนผัวเมียงั้นแหละ”
เพราะคำพูดอีจุนมันช่างกวนอวัยวะเบื้องล่างเสียเหลือเกิน สองฝ่ามือจากคนสองคนจึงฟาดลงกลางศรีษะเต็มๆ
“พ่อง!! เจ็บนะมึง” อีจุนลูบหัวตัวเองป้อยๆ
Rrrrrrrrrrrrr
เสียงเรียกเขาดังขัดสงครามย่อยๆได้พอดิบพอดี
“ครับ?” เสียงทุ้มกรอกไปตามสาย
“.......”
“อยู่ที่ห้องจุนฮยองน่ะ” ชายหนุ่มทำท่าจะลุกขึ้น แต่ซึงโฮก็ลุกขึ้นยืนขวางไว้
“พวกมึงจะขวางกูทำไม กูจะคุยโทรศัพท์” ชายหนุ่มเอาโทรศัพท์ห่างหู ก่อนจะพูดกับเพื่อน
“คุยกับใคร มีความลับเหรอ? คุยตรงนี้ดิวะ” อีจุนทำเสียงเหมือนน้อยใจ แต่ก็รู้ว่าเสแสร้ง
“เมื่อกี้โยว่าไงนะครับ?” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งเหมือนอย่างเดิม
และชื่อของอีกคนที่ดูจุนเอ่ย ก็ทำให้บุคคลที่เหลือสนใจทันที
“โยบอกว่าโยเลิกเรียนแล้ว จะมารับไหม?” เสียงใสเอ่ยถาม
“อ้าว! ทำไมเลิกเร็ว โยบอกพี่บ่ายสี่โมงไม่ใช่เหรอ?”
ชายหนุ่มยกมือขึ้นดูนาฬิกา มันเพิ่งบ่ายกว่าๆเอง
“อาจารย์งดคลาสบ่าย ดูจุนอยู่ห้องพี่จุนฮยองใช่ไหม? งั้นโยไปหานะ”
คนตัวเล็กเออออเองหมด
“รอที่คณะแหละ เดี๋ยวพี่ไปรับ” ดูจุนลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวโยนั่งรถไป แล้วเจอกันนะ” พูดจบก็ตัดสายไปทันที
“ไหนบอกไม่มีอะไรไงวะ?” อีจุนโผเข้ามาชิดตัวเพื่อนทันทีที่วางโทรศัพท์
“กูไม่ได้พูดว่าไม่มีอะไร กูบอกแค่ว่ากูไม่รู้” ดูจุนยักไหล่เบาๆ
“งั้นก็มีอะไรน่ะสิ?” จุนฮยองหรี่ตาจับผิดเพื่อน
“อะไรของมึงคืออะไร?” ดูจุนจ้องตาเพื่อนกลับไป
“คบกันแล้ว?” ฮยอนซึงโผล่มาจากด้านหลังและเป็นคนเอ่ยถามขึ้น
“เดี๋ยวนี้สนใจเรื่องชาวบ้านนะ จางฮยอนซึง” ดูจุนหันมามองคนสวย
“โห พูดงี้ ด่ามาเลยดีกว่า ยุนดูจุน” ร่างบางเบ้ปาก ก่อนจะเดินไปหาจุนฮยอง และทิ้งตัวลงนั่งตัก
“มึงอย่าเปลี่ยนเรื่อง ว่าไง? คบกันยัง?” ซึงโฮสะกิดเพื่อนอีกครั้ง
“รอถามโยแล้วกัน กูเป็นฝ่ายรุก พูดมากไม่ดี” ดูจุนยิ้มเจ้าเล่ห์
“พ่อง!!!!” สามเสียงสมัครใจกันเอ่ยชมเพื่อนทันที
ออด~~
เสียงสัญญาณดังขึ้นอีกครั้ง จนร่างบางจิ๊ปาก
“ทำไมไม่มาให้พร้อมๆกันนะ ที่หลังนัดกันข้างล่างแล้วขึ้นมาทีเดียวเหอะ”
ร่างบางบ่นอุบแต่ก็เป็นคนลุกไปเปิดประตูให้
“อีจุน!!” ทันทีที่ประตูเปิดออก เสียงใสก็ตะโกนลั่นทันที
“เอ่อ” ฮยอนซึงถึงกับผงะ เมื่อร่างเล็กเดินผ่านไป
“นายเอาเสื้อฉันไปทิ้งเหรอ? ถ้าแม่บ้านไม่ไปเจอ ฉันก็จะไม่รู้ใช่ไหม?”
มีร์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าอีจุน
“ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน” ซึงโฮยกมือห้ามทัพ
“หลบไปซึงโฮ ถ้าไม่อยากโดนลูกหลงก็หลีกไป!” มีร์กัดฟันกรอด จนซึงโฮต้องหลบฉากออกมา
“เห้ย! แค่นี้โกรธเหรอ เสื้อตัวเดียวเอง” อีจุนหน้าเสีย เพราะไม่บ่อยเลยที่คนรักจะโกรธจัด
“แค่เหรอ!! นายบอกว่าแค่งั้นเหรอ!!!” มีร์ตวาดเสียงดังจนคนอื่นๆต้องเงียบกริบ
“ทำไมต้องเสียงดังวะชอลยง! เสื้อนั่นมันคอกว้าง
ฉันไม่ชอบ ไม่อยากให้ใส่ เข้าใจไหม?” อีจุนลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับอีกคน
“แต่มันเสื้อฉัน! ฉันชอบ ฉันพอใจจะใส่ นายไม่มีสิทธิ์จะทิ้งมัน!!” มีร์ตะคอกกลับใส่อีกคน
“ฉันเป็นแฟนนาย ฉันห้ามอะไรนายไม่ได้เลยหรือไง?
นายเห็นฉันเป็นอะไรเหรอมีร์ เป็นที่รองรับอารมณ์นายหรือไง!!”
อีจุนเริ่มตะคอกบ้าง แม้เขาจะไม่อยากมีปัญหา แต่ก็ไม่ชอบนักหรอก ที่มีใครมาตะคอกใส่เขา
“อย่ามาตะคอกใส่ฉันนะชางซอน นายนั่นแหละผิด ชอบมายุ่งของๆคนอื่น ไม่มีมารยาท!!”
ขึ้นชื่อว่าชอลยงเสียอย่าง ไม่มีทางยอมแพ้เช่นกัน
“คนอื่น? นายเป็นคนอื่น? พูดแบบนี้หมายความว่าไงมีร์ นายเป็นแฟนฉันนะ!
แค่เสื้อตัวเดียวนี่มันทำให้นายเป็นขนาดนี้เลยเหรอ
ฉันโคตรผิดหวังในตัวนายเลย เสียใจว่ะแม่ง!!” อีจุนสบถ ก่อนจะเดินผ่านร่างเล็กไป
“นายไม่เคยสนใจอะไรเลยชางซอน นายเคยรู้หรือเปล่าว่าทำไมฉันถึงชอบใส่เสื้อตัวนั้น
นายจำได้หรือเปล่าว่ามันเป็นเสื้อที่ฉันใส่ไปเดตกับนายครั้งแรก
และนายก็บอกว่าฉันน่ารักเวลาใส่เสื้อตัวนั้น นายเคยจำมันบ้างไหม อีชางซอน!!!!”
มีร์ตะโกนลั่น พร้อมกับน้ำใสที่ไหลลงอาบแก้มเนียน
“นายชอบคิดว่าฉันไม่มีเหตุผล ชอบหาว่าฉันวุ่นวายกับชีวิตนายมากไป
แล้วนายคิดบ้างหรือเปล่าว่าที่ฉันทำเพราะอะไร ถ้านายไม่ใช่แฟนฉัน
ฉันจะสนใจนายทำไม ถ้าฉันไม่ได้รักนายฉันจะใส่ใจนายทำไม?!!!”
เพราะไม่เคยได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจ พอได้พูดมันก็เลยระเบิดออกมาหมด
“มีร์” อีจุนก้าวเข้ามาหาอีกคน ความรู้สึกผิดท้วมทน จนไม่รู้จะขอโทษยังไง
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ ชางซอน หยุดอยู่ตรงนั้น! ฉันเองก็จะหยุดเหมือนกัน!
ฉันพอแล้ว! ฉันเหนื่อยแล้ว! เลิกกันเถอะ! เราเลิกกันเถอะ!!!”
ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางห้อง ที่ทำให้ไม่มีใครสามารถขยับตัวได้เลย นอกเสียจากคนพูดที่วิ่งออกจากห้องไป
“มีร์” อีจุนทรุดตัวลงกับพื้น สมองว่างจนไม่รู้ว่าอะไรที่ควรทำ
“ชางซอน มีร์เขาแค่โกรธนาย เขาไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก
รอเขาอารมณ์เย็นก่อน นายค่อยไปคุยกันนะ” ฮยอนซึงเดินมานั่งลงข้างๆ
“ฮยอนซึง” ชายหนุ่มรั้งร่างบางเข้าไปกอด ใบหน้าหล่อซบหลงกับไหล่มนราวกับจะหาที่พึ่ง
ฮยอนซึงหน้าเหวอไปเล็กน้อย พลางหันไปมองจุนฮยอง
เพราะบรรยากาศมันกร่อยไปแล้ว จึงไม่มีใครพูดอะไร
ตัวอีจุนเองก็ออกไปได้สักพัก ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่โยซอบเข้ามาพอดี
“กูว่ากูไปดูไอ้อีจุนมันหน่อยดีกว่า” ซึงโฮลุกขึ้นยืน
“ฝากหน่อยแล้วกันมึง” ดูจุนยิ้มให้เพื่อน รู้ว่าซึงโฮเป็นห่วงอีจุน เพราะเขาเองก็ห่วงไม่ต่างกัน
“ไว้เจอกันมึง” ซึงโฮโบกมือลา ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“มันคงรุนแรงมากๆเลยใช่ไหม?” โยซอบเอ่ยถาม หลังจากที่พอจะรู้เรื่องบ้าง
“นายก็ลองทะเลาะกับดูจุน แล้วเลิกกันสิ!” ฮยอนซึงยิ้มมุมปาก
“ฝันไปเหอะ เลิกก็บ้าดิ” คนตัวเล็กแลบลิ้นใส่ฮยอนซึง
“ห๊ะ? หมายความว่าไง? คบกันแล้วเหรอ?”
ฮยอนซึงแทบจะพุ่งไปหาโยซอบ แต่จุนฮยองรั้งเอวไว้เสียก่อน
“อ้าว? ดูจุนไม่ได้บอกเหรอ?” โยซอบหันมาถาม
“ก็รอให้โยพูดเอง อยากได้ยินโยพูดมากกว่า” ดูจุนอมยิ้ม ที่ทำให้ร่างเล็กหน้าแดง
“อย่าเพิ่งเน่า จะอ้วก!” ฮยอนซึงยกมือห้าม
“แพ้ท้อง?” โยซอบโพล่งขึ้นมาทันที
“ไปตายเหอะ!” ร่างบางแยกเขี้ยวใส่
“ไปคนเดียวสิ!” โยซอบตอกกลับ
ถ้าคนอื่นมาเห็นคงคิดว่าสองคนนี้โกรธเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน
แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันดูเป็นการคุยที่ปกติสำหรับสองคนนี้เสียแล้ว
“นายกินข้าวมายังอ่ะ?” เหมือนเมื่อกี้จะเพิ่งเถียงกันไปหยกๆ แต่ร่างบางก็เลือกที่จะถามต่อ
“ยังอ่ะ มีไรกิน หิวเหมือนกัน” พูดเรื่องกินแล้วโยซอบก็หูผึ่งทันที
“พิซซ่าบนโต๊ะ อีจุนสั่งมาเยอะเลย แต่ดูแล้วเหมือนจะมีแค่ฉันที่ได้กินไป”
ฮยอนซึงลุกออกจากตักร่างสูงแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว
“กินมั่งดิ หิว” คนตัวเล็กรีบลุกตามมาทันที
“ฉันให้นายทั้งกล่องเลย ฉันไม่ชอบหน้านี้” ฮยอนซึงผลักกล่องให้อีกคน
“ฉันกินหมดเลยนะ ฉันชอบ!” โยซอบหยิบพิซซ่าขึ้นมากินทันที
“นายมันตะกละจริงๆ” โยซอบยักไหล่ให้กับคำพูดของฮยอนซึง
“ขอบคุณนะมึง” จุนฮยองเอ่ย เมื่ออยู่กับเพื่อนสองคน
“เรื่อง?” ดูจุนละสายตาจากคนตัวเล็กกลับมามองเพื่อน
“ที่มึงบอกฮยอนซึง” ชายหนุ่มหมายถึงเรื่องที่เขาแพ้เหล้า
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก กูไม่ได้ตั้งใจจะบอกเสียหน่อย กูนึกว่ามึงบอกแล้ว” ดูจุนยิ้มให้เพื่อน
“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบพูด ไม่ชอบแก้ตัว ไม่ชอบอธิบาย” จุนฮยองเอนตัวพิงพนักโซฟา
“เออ!! กูรู้ แต่เรื่องบางเรื่องมึงก็ควรจะพูดบ้าง แค่บอกเล่า แต่มึงไม่ได้แก้ตัว เข้าใจป่ะ?”
ดูจุนถือโอกาสสอนเพื่อนไปในตัว
“เห้อ~ กูจะพยายามนะ ตั้งแต่กูมีฮยอนซึง กูก็อยากจะเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่าง
แต่กูก็ยังเป็นจุนฮยองอ่ะ สันดานกูก็ยังเหมือนเดิม” จุนฮยองแค่นยิ้มให้ตัวเอง
“ไม่หรอก! มึงไม่รู้ตัวเหรอ? ว่ามึงเปลี่ยนไป
ถึงมันจะไม่ได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่กูก็รู้สึกได้ว่ามึงอ่อนลง”
ดูจุนพูดถูกต้องทุกอย่าง จุนฮยองไม่ได้เปลี่ยนไปมาก แต่ก็ถือว่าเปลี่ยนไปจากเดิม
“กูยอมว่ะ กับคนนี้ กูยอมจริงๆ” เพราะเป็นเพื่อนจึงไม่มีอะไรต้องปิดบัง
ทุกสิ่งที่อยู่ในใจจึงถูกบอกออกไปหมด
“บอกกูแล้วไม่ได้อะไรหรอก ไปบอกคนสวยนู่น เขาได้ยินคงดีใจ” ดูจุนยิ้มให้เพื่อนอีกครั้ง
“กูบอกแล้ว แม้กูจะไม่ได้พูด แต่กูก็บอกแล้ว การกระทำของกูมันบอกหมดทุกอย่างแล้วว่ะ”
ดวงตาคมจ้องมองไปที่ร่างบางที่กำลังกินพิซซ่าและคุยกับโยซอบอย่างออกรสชาด
นายรู้สึกบ้างหรือเปล่าล่ะ? ฮยอนซึง สัมผัสได้หรือเปล่า
TBC ---

ใจหายวูบวาบ~~
55555
ซึงน่ารักมาก~~
อ้อนได้น่ารักโพดๆ>.<
มีร์~~ ㅠㅠㅠㅠ
#1 By pik (101.109.69.0) on 2012-02-07 18:34