[FIC]...Badness...(THE END)
posted on 13 Feb 2012 16:42 by kwnjaii... FINAL PART ...
------------------------------
----------------------
** ชื่นชม เฮดบล็อคขวัญใจหน่อยน้า~~~ 55555555555555+ **
----------
---
แปะ แปะ~~
หยดน้ำที่ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า ค่อยๆมากขึ้นเรื่อยๆ จนร่างสูงที่นั่งพิงประตูรั้วเปียกชุ่ม
ซู่~~
ฟ้ามักจะไม่เข้าข้างเสมอ ฟ้าไม่เห็นใจคนที่ทำอะไรโดยที่ไม่คิดหรอก!
“ฮึกๆ” คนตัวเล็กยกมือขึ้นปิดปาก เมื่อเปิดผ้าม่านและยังเห็นว่าอีกคนนั่งอยู่
“ท...ทำไมไม่กลับไป จะมานั่งตากฝนทำไม เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”
อีกคนไม่มีโอกาสได้ยิน เพราะร่างเล็กเลือกที่จะพูดกับตัวเอง
“ฮือๆๆๆๆ” มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะเดินไปหยิบร่มที่เสียบไว้ข้างประตู
“บ้าหรือไงอีจุน นายจะมานั่งตากฝนทำไม ทำไมไม่กลับบ้านไป ห๊ะ?!” ร่มสีใส ถูกยื่นมาบังฝนให้
“ไม่ต้องหรอก ฉันเปียกหมดแล้ว นายบังตัวนายเถอะ” อีจุนลุกขึ้นยืน ผลักมืออีกคนกลับไป
“กลับไปได้แล้ว” แม้จะเป็นประโยคคำสั่ง แต่น้ำเสียงไม่ได้แข็งกร้าวสักนิด
“ขอโทษได้ไหม มีร์ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน แต่อยากขอโทษ”
แค่เพียงเห็นอีกคนตาแดงกล่ำก็อยากจะดึงเข้ามากอด
“นายเคยสนใจฉันบ้างไหมจุน เคยแคร์ฉันบ้างหรือเปล่า?”
มีร์โยนร่มทิ้งและเดินเข้ามาชิดอีกคนมากขึ้น
“เปียกฝนหมดแล้ว” ชายหนุ่มยกสองมือขึ้นบังฝนให้อีกคน
แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยเท่าไหร่
“ช่างมันเหอะ ไม่ต้องทำมาเป็นห่วงตอนนี้!” มีร์เบี่ยงตัวหลบ
“ขอโทษ ฉันอาจจะใส่ใจความรู้สึกนายน้อยไปหน่อย แต่ฉันรักนายนะมีร์”
ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองอีกคนนิ่ง
“ฮึกๆๆ แต่เราเลิกกันแล้ว!” มีร์เม้มปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น เขาเป็นคนพูดเอง เป็นคนขอเลิกเอง
“ไม่! ฉันยังไม่ตกลงเลย ไม่ให้นายเลิกหรอก เรายังไม่ได้เลิกกันนะ!”
อีจุนรั้งเอวบางเข้ามากอด มีร์กอดชายหนุ่มแน่น ใบหน้าเนียนซุกลงกับอกกว้าง
“ฮึกๆๆ ขอโทษที่ชอบโวยวาย ขอโทษ” มีร์พูดเสียงอู้อี้
“ไม่ต้องขอโทษแล้ว เข้าบ้านเหอะ เดี๋ยวไม่สบายกันพอดี”
อีจุนกุมมืออีกคนและเป็นคนเดินนำเข้าไปในบ้านแทน
ทั้งสองคนต่างแยกย้ายไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แม้บ้านหลังนี้จะไม่ค่อยได้มีคนอยู่
เพราะมีร์ไปอยู่ห้องของอีจุนแทน แต่ก็ยังพอมีเสื้อผ้าบ้าง
“กินยาแล้วนอนเลยไหม? เดี๋ยวไม่สบาย”
ชายหนุ่มเดินมานั่งข้างๆกับร่างเล็กที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง
“ไม่ง่วงหรอก นอนดูโทรทัศน์ก่อนแล้วกัน” มีร์ยื่นมือไปรับยาจากอีกคน
ก่อนจะจัดแจงกินยาตามที่ชายหนุ่มต้องการ
“เช็ดผมให้นะ” อีจุนหยิบผ้าเช็ดหัวที่มีร์วางไว้บนศีรษะตัวเองแล้วเช็ดผมให้อีกคน
“ไม่อยากให้เราทะเลาะกันเลย” มีร์เอนตัวพิงกับอกกว้าง
“งั้นต่อไปนี้ เราไม่ต้องทะเลาะกันแล้วนะ” อีจุนออกแรงเช็ดผมมากขึ้น
“ห้ามได้หรือไง?” มีร์ลอบถอนหายใจ
“งั้นเอางี้ เวลาใครโกรธ อีกคนจะจูบ” อีจุนยิ้มร่า
“อะไรของนาย ฉันเสียหายคนเดียวสิ” มีร์ยู่ปากเล็กน้อย
“เสียหายตรงไหน ฉันจูบนาย นายจูบฉัน เราจูบกัน เห็นไหมว่าเสมอตัว” อีจุนยิ้มกว้าง
“นายนี่มันจริงๆเลย อีชางซอน” มีร์หัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือไปกอดเอวของอีกคน
“ต่อไปนี้ช่วยสนใจฉันหน่อยนะ” มีร์โผตัวเข้าหามากขึ้น อีจุนที่ไม่ได้ตั้งตัว
จึงลงไปนอนแผ่ โดยที่ร่างเล็กก็ตามลงไปด้วย
“เมื่อก่อนก็สนใจ วันนี้ก็สนใจ ต่อไปก็สนใจ ถึงไม่บอกก็สนใจ”
อีจุนพูดหนักแน่น โอบรัดเอวอีกคนให้ชิดตัวมากขึ้น
“ฉันอยากให้เราคบกันไปนานๆ นายเป็นแฟนคนแรกของฉัน เป็นรักแรกของฉัน
ฉันอยากให้ทุกอย่างในชีวิตฉัน มีแค่นายที่สำคัญเพียงคนเดียว” มีร์ซบลงกับอกกว้าง
“นายไม่ได้รักจุนฮยองมาก่อนฉันเหรอ?” อีจุนเลิกคิ้ว
เขาเพิ่งรู้เหมือนกันว่าเขาเป็นแฟนคนแรก และเป็นรักแรก
“กับจุนฮยองเหมือนเราจะมีความรู้สึกดีๆ มีความผูกพัน ฉันรักเขาแบบพี่ชายคนหนึ่ง
บอกแล้วว่ารักนาย รักนายกว่าที่รักจุนฮยองเยอะ!!!” มีร์เงยหน้าขึ้นมาจ้องตาคมของอีกคน
“รักนายเหมือนกันนะมีร์ รักนายคนเดียว รักนายจริงๆ” อีจุนบีบจมูกคนรักเบาๆ และนั่นก็ทำให้มีร์ยิ้มกว้าง
“ขอบคุณนะ” พูดจบก็ซบลงกับอกแกร่งอีกครั้ง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย อยากนอนซบอยู่แบบนี้
อยากให้อีจุนกอดเขาแบบนี้ กอดเขาคนเดียว อยากให้อีชางซอนกอดบังชอลยงตลอดไป....
~~~~~~~~~~~
ปี๊ด~~~
เสียงนกหวีดดังลั่นห้อง จนคนที่นอนหลับต้องยกมือมาปิดหู
“ทำอะไรน่ะ หนวกหู!” ชายหนุ่มลืมตามองร่างบางที่ยืนอยู่ปลายเตียงโดยที่นกหวีดอยู่ที่ปาก
ปี๊ด~~~~
“โอ้ย!! เป็นบ้าอะไรของนาย ฮยอนซึง!!!” แค่โดนปลุกธรรมดาก็จะแย่อยู่แล้ว
นี่เล่นปลุกกันด้วยเสียงนกหวีดยิ่งอยากจะบ้าตาย
“ไปอาบน้ำได้แล้ว วันนี้นายต้องเข้าเรียนนะ ฉันเห็นนายโดดมาหลายวันแล้ว อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ!”
ฮยอนซึงบ่นยืดยาวพร้อมขึงตาใส่อีกคน
“มันเรื่องของฉันไม่ใช่หรือไง?” จุนฮยองเลิกคิ้วมองอีกคน
“เรื่องของนายมันก็เรื่องของฉัน ไปเร็วๆ อาบน้ำได้แล้ว ฉันให้เวลานายสิบห้านาที ไม่งั้นนายโดนดีแน่”
ฮยอนซึงออกคำสั่ง
“อย่างนายจะทำอะไรฉันได้” จุนฮยองพลิกตัวนอนคว่ำ ไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่ฮยอนซึงพูด
“ลองดีกับฉันเหรอ? ไอ้หมาจุน” ฮยอนซึงเดินไปหยิบโทรศัพท์ก่อนจะกดเบอร์ที่จำได้ขึ้นใจ
“ครับหม่าม๊า คิดถึงเหมือนกันครับ ที่หม่าม๊าชวนผมไปปารีสอาทิตย์นึง ผมตก...”
ยังไม่ทันได้พูดจบจุนฮยองก็แย่งโทรศัพท์จากร่างบางไปคุยเอง
“ฮยอนซึงไม่ไปนะ ม๊าไปกับป๊าเหอะ เดี๋ยวซัมเมอร์ผมสองคนไปกันเอง ...ครับ... รักนะครับ”
จุนฮยองกดวางสายก่อนจะหรี่ตามองอีกคน
“นายจะทำอะไร” จุนฮยองก้าวเข้ามาชิดตัวร่างบาง
“ก็จะไปเที่ยวกับหม่าม๊าไง ผู้ใหญ่ชวน ไม่ไปก็เสียมารายาทสิ” ฮยอนซึงจุดยิ้มมุมปาก
“อย่ามาใช้วิธีนี้กับฉัน ถ้านายไปจริงๆ ถึงฉันจะติดสอบฉันก็ตามไปได้” จุนฮยองรั้งเอวบ้างเข้าชิดตัว
“ก็นายไม่ฟังฉันนี่ บอกให้เข้าเรียนก็ไม่เข้า แล้วนายจะเอาความรู้ที่ไหนไปสอบ แต่ฉันพูดจริงๆนะ
ถ้าวันนี้นายไม่ไปเรียน ฉันจะไปกับหม่าม๊า จะอยู่สักหนึ่งเดือน? หนึ่งปี? หรือ...อุ๊บ”
จุนฮยองปิดปากร่างบางไม่ให้พูดประโยคต่อไป
“ฉันยอมแล้ว” ปล่อยให้ฮยอนซึงได้สูดอากาศเข้าปอด ส่วนตัวเองก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
“นายคิดว่าฉันจะไปจริงๆเหรอ ฉันอยู่ห่างนายได้ที่ไหนล่ะ ไอ้หมาปากห้อยเอ๊ย!”
ฮยอนซึงพูดกับตัวเอง ก่อนจะกระโดดร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี
“สิบห้านาทีเป๊ะ!” ฮยอนซึงที่นอนอยู่บนเตียงยิ้มให้กับร่างสูงที่แต่งตัวเสร็จพอดี
“มีเรียนกี่โมง จะออกไปพร้อมกันหรือว่าไง?” จุนฮยองเดินมาทิ้งตัวลงข้างๆ
“นายไปเถอะ เดี๋ยวสักพักฉันก็ไปแล้ว แล้วเข้าเรียนด้วยล่ะ!” ฮยอนซึงยักตัวลุกขึ้นนั่ง
“เออ!! ไม่โดดหรอกน่า” จุนฮยองส่ายหัวก่อนจะหยิบกุญแจรถแล้วเดินออกไป
ร่างบางรอให้ประตูปิดลงตัวเองจึงลุกออกไปแต่งตัวบ้าง
เสียงอาจารย์ที่พูดไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มเข้าหูสักเท่าไหร่ ใบหน้าหล่อฟุบลงกับแขนของตัวเอง
โดยไม่แคร์สายตาอาจารย์สักนิด แต่อาจจะเป็นเพราะห้องใหญ่ อาจารย์ก็ไม่ได้ใส่ใจเช่นกัน
“มึงกลับไปนอนที่ห้องไหม?” ดูจุนพูดลอยๆ จุนฮยองจึงเงยหน้าขึ้นมา
“กลับไปได้กูกลับไปนานแล้ว” พูดออกมาอย่างเซ็งๆ
“อ้าว! ทำไมล่ะพี่จุนฮยอง หรือว่าไม่มีกุญแจเข้าห้อง” โยซอบที่นั่งอยู่ข้างๆกับดูจุนชะโงกหน้ามาถาม
“เห้ย! มาได้ไง?” จุนฮยองขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ก็เดินเข้ามาสิ ห้องออกใหญ่ อาจารย์ไม่สังเกตหรอกน่า ถึงสังเกตก็จำไม่ได้อยู่แล้ว คนตั้งกี่ร้อยคน”
จุนฮยองพยักหน้าเพราะจริงอย่างที่โยซอบพูด
“แล้วทำไมถึงกลับห้องไมได้?” ดูจุนถามด้วยความอยากรู้
“หมามันบังคับให้มาเรียน” จุนฮยองพูดอย่างเซ็งๆ
“ฮยอนซึงอ่ะเหรอ? แล้วมึงยอม?” ดูจุนถามเสียงสูง
“มึงโง่หรือโง่ ถ้ากูไม่ยอม กูจะมานั่งให้ตะคริวแดกทำไม”
“ดูจุนโง่เนอะ คิกคิก” โยซอบหัวเราะคิกล้อเลียนดูจุน
“ว่าพี่อีกแล้ว พี่มันไม่ฉลาดนี่ พี่มันไม่หล่อนี่ พี่มัน...” ไม่ทันได้พูดจบโยซอบก็ยกมือตัวเองมาปิดปากอีกคนไว้
“ล้อเล่นนิดเดียวเอง ทำเป็นน้อยใจไปได้” โยซอบลูบแขนดูจุนเบาๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปบีบมัดกล้ามของดูจุน
“ลูบไล้ขนาดนั้น ไม่หนังสดกันไปเลยล่ะ?” เสียงจากบุคคลด้านหลังทำให้โยซอบและดูจุนหันไปมองทันที
“ฮยอน...” สองเสียงเรียกชื่ออีกคน แต่ร่างบางเอามือจุ๊ปากไว้
“ขอโทษนะครับ” ฮยอนซึงดัดเสียงตัวเองกระซิบกับข้างหูของจุนฮยอง
“อะไรวะ!” จุนฮยองสบถ เพราะเสียงที่อยู่ข้างหู แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา
ก็ไม่เห็นใคร มีแค่คนที่ใส่ฮู้ดก้มหน้าอยู่ข้างๆ
“ชื่อจุนฮยองหรือเปล่า?” เสียงที่ถูกดัดเล็กน้อยเอ่ยถามชายหนุ่ม
“ใครวะ? มีไร?” จุนฮยองหงุดหงิด เขามองร่างบางที่ใส่เสื้อเชิ้ตมีฮู้ดตัวบางสีขาวแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอ
บ้าชิบ! ทำไมถึงรู้สึกอะไรวะ!
“ทำไมไม่ตั้งใจเรียนล่ะ?” คำถามของอีกคนทำให้จุนฮยองขมวดคิ้ว
“เรื่องของนายหรือไง?” จุนฮยองตั้งท่าจะลุกออกไป แต่มือบางก็คว้าไว้ก่อน
“ฉันบอกให้เข้าเรียนไม่ได้หมายความว่าให้นายมาหลับนะ ไอ้หมาจุน” ฮยอนซึงพูดลอดไรฟัน
“เห้ย มาไง?” จุนฮยองพูดเสียงดัง และเพราะอาจารย์เงียบพอดี เสียงเขาเลยดังไปทั่ว
“นักศึกษามีอะไรกับผมหรือเปล่า?” อาจารย์กอดอกมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่
“เอ่อ ขอโทษครับ มีเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย เชิญอาจารย์สอนต่อเลยครับ”
ฮยอนซึงรีบดึงจุนฮยองให้นั่งลง ก่อนจะเป็นคนโค้งตัวให้กับทุกคน
“นายจะเสียงดังทำไม เด่นเลยไงล่ะ” ฮยอนซึงแยกเขี้ยวใส่อีกคน และยิ้มแหยๆให้กับสายตาที่เริ่มหันมามอง
“ขอโทษครับ เรียนคณะอะไรเหรอ? ทำไมไม่เคยเห็นเลย” ชายหนุ่มที่มีแว่นตากลมใส่อยู่หันมาถามร่างบาง
“ถ้ามึงยังอยากมองเห็นอยู่ก็เลิกเจ้าชู้ใส่เมียกู ไอ้ยงชิน!”
“เห้ย! ทุบทำไม เจ็บนะ!” จุนฮยองเอื้อมมือไปลูบหลังตัวเอง พลางมองคนข้างกายด้วยสายตาโกรธเคือง
“ไม่อายหรือไงเล่า แค่แฟนก็พอ ฮึ่ย!” ฮยอนซึงย่นจมูกใส่ จุนฮยองเห็นถึงกับหัวเราะ
“อายหรอกเหรอ?” จุนฮยองจุดยิ้ม
“เปล๊า...”ร่างบางลากเสียงสูง จุนฮยองกำลังจะพูดต่อ แต่เพราะอาจารย์ปล่อยพอดี เลยไม่ได้พูดอะไร
“ทำไมปล่อยเร็วจัง ฉันอุตส่าห์มาเฝ้านาย ยังไม่ทันเฝ้านายเรียนเลย เห้อ~”
“ลงทุนไม่ไปเรียนเพื่อมาเฝ้าฉันเนี่ยนะ!” จุนฮยองถอนหายใจพรืด
“วันนี้ฉันไม่มีเรียนต่างหากล่ะ แต่สรุปนายก็ไม่ได้สนใจเรียนอยู่ดี” ฮยอนซึงคล้องแขนจุนฮยองไว้
“แล้วใครให้แต่งตัวแบบนี้” จุนฮยองสำรวจร่างกายฮยอนซึงอีกครั้ง
“ทำไมล่ะ? แปลกตรงไหน?” ร่างบางมองตัวเองก็ยังไม่เห็นจะแปลก
แค่เสื้อเชิ้ตตัวบางสีขาวกับกางเกงสีซีดพอดีตัว
“ไม่แปลก แต่นายควรจะใส่เสื้อกล้ามไว้ข้างใน” จุนฮยองเริ่มหงุดหงิด
“บ้าหรือเปล่า นี่มันเลยหน้าหนาวแล้ว ร้อนจะตาย และฉันไม่ใช่ผู้หญิงนะ ที่จะต้องมาใส่อะไรแบบนั้น”
ฮยอนซึงยู่ปาก ก่อนจะเดินนำหน้า แต่จุนฮยองก็เดินมาสวมกอดจากด้านหลัง
“นายไม่ใช่ผู้หญิง แต่นายเป็นหมาหน้ามึนของฉัน ฉันหวง!”
พูดจบก็ดันร่างบางให้เดิน แม้ฮยอนซึงจะงงๆ แต่ก็เดินโดยที่มีจุนฮยองสวมกอดอยู่
“ฉันบังไว้หมดแล้ว ไม่มีใครมองเห็นหรอก!” คำพูดของจุนฮยองทำให้ ฮยอนซึงอมยิ้ม
ไอ้หมาขี้หวงเอ๊ย น่ารักว่ะ!!
พรึ่บ!!
เสื้อผ้าถูกจับโยนออกมาบนที่นอน ก่อนที่ชายหนุ่มจะปิดตู้ลง
“ทำอะไรน่ะ?” คนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำถามเสียงดัง
“เก็บเสื้อผ้าไงครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋า
“ทำบ้าอะไรของนาย นั่นมันเสื้อผ้าฉัน จะมาเก็บทำไม หยุดเดี๋ยวนี้นะดงอุน”
เจ้าของตาเรียวเดินเข้ามาจะแย่งกระเป๋ากลับไป แต่ชายหนุ่มสะพายขึ้นหลังเรียบร้อยแล้ว
“ที่รักมีเสื้อผ้าน้อยจัง ไว้ผมจะซื้อมาให้อีกนะครับ” ดงอุนพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเข้าไปคว้าข้อมืออีกคน
“จะไปไหน?” แม้จะพยายามสะบัดมือออกแต่มันก็ไม่ง่ายหรอก
“ไปอยู่ห้องผมไง ผมคืนห้องคุณไปแล้ว” ดงอุนยิ้มกว้าง
“เห้ย!! จะบ้าเหรอ? ใครบอกว่าจะไปอยู่กับนาย แล้วมีสิทธิ์อะไรมาคืนห้องฉัน?”
กีกวังขมวดคิ้ว จ้องคนตรงหน้าเขม็ง
“สิทธิ์ของแฟนไงครับ ผมอยากอยู่กับคนที่ผมรัก
ผมอยากให้คนที่ผมรักสบายที่สุดในโลก ผมผิดเหรอ?”ดงอุนพูดเสียงอ่อน
“แต่..” แม้จะอยากคัดค้านแต่ก็ต้องเม้มปากแน่น
“ไปอยู่กับผมนะ ผมอยากอยู่กับที่รักจริงๆ” ดงอุนกำลังร้องขออีกคนมากกว่าบังคับ
“นายพูดแบบนี้ฉันก็ต้องยอมสิ ชิส์! เซ็งชะมัด!” กีกวังยู่ปากก่อนจะเป็นคนเดินนำออกจากห้องไป
“ขอบคุณนะครับ” ดงอุนวิ่งตามมาอุ้มอีกคนและหมุนเป็นวงกลม
“ปล่อยๆ นายจะฆ่าฉันหรือไง?” มือบางทุบหลังอีกคนรัว แต่ดงอุนทำเพียงหัวเราะเบาๆ
“ผมฆ่าคุณ ผมก็ตายสิ ผมอยู่ได้ที่ไหนล่ะ ถ้าไม่มีคุณ” ดงอุนยิ้มจริงใจให้คนที่ตนเองอุ้มอยู่
“บ้า!” กีกวังหลบสายตาเพราะความเขิน
“ไปห้องของเรานะครับ” ดงอุนพูดและออกเดินอีกครั้ง
“ปล่อยฉันลงสิดงอุน อายคนอื่นเขา” กีกวังขมวดคิ้วมองอีกคน
“ถ้าที่รักอาย ก็ซบที่ไหล่ผมเลย ผมจะอุ้มคุณไปถึงห้องหอของเรา”
ดงอุนยิ้มเจ้าเล่ห์จนเจอฝ่ามือไปอีกรอบ
“นายมันเสี่ยวที่สุดในโลกอ่ะ” ย่นจมูกใส่ ก่อนจะตัดสินใจซบใบหน้าลงกับไหล่กว้าง
“ผมเป็นกับคุณคนเดียวนะครับ” ดงอุนกระชับอีกคนให้มั่นคงขึ้น ก่อนจะเริ่มเดินอีกครั้ง
ขอบคุณที่ยอมไปอยู่กับผม ต่อจากนี้ผมจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด อีกีกวัง…
เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม? ซนดงอุน....
เสียงดนตรีเร้าอารมณ์ให้บุคคลที่อยู่ในสถานที่อโคจรโยกตัวเบาๆ
กลุ่มเพื่อนที่ใช้บริการที่นี่จนเป็นที่ประจำนั่งดวลเหล้ากันอย่างสนุกสนาน
“ไอ้จุนฮยอง มึงพอแล้วเหอะ เดี๋ยวมึงแพ้เหล้าขึ้นมา หมาหน้ามึนของมึงจะหนีไปอีก ฮ่าๆๆ”
อีจุนหัวเราะรั่น เมื่อได้แซวเพื่อน
“ตลกมากป่ะ?” จุนฮยองพูดเสียงเรียบ
“ไม่ตลกกูจะขำเหรอ? ฮ่าๆๆๆ” อีจุนยังคงไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง
“จัดการแฟนนายให้ฉันหน่อยสิ มีร์” จุนฮยองหันไปมองชอลยงที่กำลังนั่งคุยกับฮยอนซึง
“ได้สิ” มีร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินเข้ามากัดหูอีจุน
“เห้ย!! มันเจ็บ!” ชางซอนลูบหูตัวเอง
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมีร์ทำเป็นไม่สนใจและกลับไปนั่งกับฮยอนซึงเหมือนเดิม
“ไอ้ดูจุนไม่อยู่แล้วไม่มันส์เลยว่ะ ไม่มีใครช่วยแกล้งมึง ฮ่าๆๆ” ซึงโฮแทรกขึ้นมา อีจุนจึงขึงตาใส่เพื่อน
“ทำไมพวกมึงชอบแกล้งกู สนุกกันเหรอ?” อีจุนแยกเขี้ยวใส่เพื่อน
“ไม่สนุก กูจะแกล้งเหรอ?” จุนฮยองสวนกลับทำให้อีจุนลุกหนีไปนั่งกับมีร์ทันที
“ฮยอนซึง แฟนนายแกล้งฉัน” อีจุนฟ้องแบบเด็กๆ
“ไม่ต้องฟ้องฮยอนซึงเลย” มีร์หันมาบีบจมูกคนที่นั่งข้างๆ
“งั้นฟ้องนายก็ได้ จุนฮยองแกล้งฉัน” อีจุนเบ้ปาก จนฮยอนซึงที่มองอยู่ส่ายหัวเบาๆ
“เอาไว้ให้ฮยอนซึงจัดการแล้วกัน” มีร์พูดส่งๆ ฮยอนซึงจึงพยักหน้าส่งๆบ้าง
“เห้ย! ไอ้จุนฮยอง” เสียงบุคคลที่เปิดประตูเข้ามาในห้องทำให้ทุกคนจ้องมอง
“มึงมาทำไม?” อีจุนเอ่ยถามทันที
“เห้ย! อย่าทำหน้าแบบนั้นกัน วันนี้ไม่ได้มาชวนใครพนันอะไรทั้งนั้นแหละ
แค่ผ่านมาเจอเลยมาทักเฉยๆ” ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆ
“เออๆ มึงมีไร? ไอ้ชอนเซ” จุนฮยองลุกขึ้นมานั่งข้างฮยอนซึงก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นมานั่งตัก
“ทำอะไรน่ะ ที่ก็มีตั้งเยอะ” ฮยอนซึงหันมาถามคนที่นั่งอยู่ข้างล่าง
“ก็บอกแล้วว่าหวง!” คำกระซิบทำให้ร่างบางหน้าแดง
“มึงไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอกไอ้จุนฮยอง กูไม่ได้มายุ่งกับแฟนมึงเสียหน่อย
วันนั้นก็แค่ขำๆ สนุกๆ ช่วงนี้เมียกูติดแจเลย ไม่มีโอกาสได้นอกลู่นอกทางเลยว่ะ”
ชอนเซส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ
“กูก็ไม่ได้คิดว่ามึงจะมายุ่งกับฮยอนซึง เพราะมึงคงไม่มีโอกาสแล้วแหละ” จุนฮยองพูดเสียงเรียบ
“เออๆ อย่าเครียด เดี๋ยวกูพาเมียมาให้รู้จักดีกว่า จะได้ไม่เครียดกัน นั่นไง เดินมานู่นแล้ว”
ชอนเซหันไปกวักมือเรียกแฟนตัวเอง
“เควิน?” ฮยอนซึงขมวดคิ้วมองคนที่เพิ่งเข้ามา
“พี่จุนฮยอง!” เควินเหมือนจะตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร
“อ้าว! รู้จักกันด้วยเหรอ?” ชอนเซรั้งเควินเข้ามาชิดตัว ก่อนจะถามออกไป
“มึงคบกันมานานยัง?” จุนฮยองถาม เพราะถ้าเพื่อนตอบว่านาน เขาก็สงสารที่เพื่อนโดนสวมเขา
“ไม่นานหรอก ก่อนที่จะดวลเหล้ากับมึงสองวันมั้ง แต่ถึงไม่นานกูก็รักนะเว้ย รักมากด้วย!”
ไม่พูดเปล่า แต่หอมแก้มโชว์อีกต่างหาก
“พี่ชอนเซ!” เควินหน้าแดงเพราะความอาย
“งั้นกูไปก่อนดีกว่า เชิญพวกมึงตามสบาย ไว้เจอกันเว้ย” ชอนเซบอก ก่อนจะคว้ามืออีกคน
“พี่ไปรอเควินก่อนนะ เควินมีเรื่องคุยกับพี่จุนฮยองนิดหน่อย” เควินบอก ชอนเซจึงพยักหน้าและเดินออกไป
“ขอโทษนะที่ชอบวุ่นวายชีวิตพี่ ขอโทษที่ทำให้พี่ต้องทะเลาะกับแฟนบ่อยๆแต่ต่อไปนี้ผมจะไม่ยุ่งกับพี่แล้ว
ผมมีคนที่ผมรักแล้ว รักจริงๆ ไม่ได้หลงเหมือนที่ผมหลงพี่ โชคดีนะครับ”
เควินโค้งตัวและหันมายิ้มให้ฮยอนซึงก่อนจะเดินจากไป
บุคคลที่เหลือนั่งงงกันเป็นแถว อยากจะถามเหลือเกินว่ามาแค่นี้? มาเพื่อ?
“กูไปบ้างดีกว่า เริ่มดึกแล้ว ไว้เจอกัน” จุนฮยองลุกขึ้นยืน พลางดึงคนสวยลุกด้วย
“อ้าว! ทำไมรีบล่ะ งั้นฉันกลับบ้างดีกว่า ไปกันเถอะจุน” มีร์ดึงอีกคนให้ลุกขึ้นบ้าง
“เหลือกู?” ซึงโฮเอ่ยขึ้นพลางชี้มาที่ตัวเอง
“มึงน่าสงสารนะ โสดก็งี้ ลองหาแฟนสักคนดิวะ จะได้ไม่เหงา”
อีจุนตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนทั้งสี่คนจะพากันเดินออกไป
“กูคงไม่โสดหรอก ถ้าฮยอนซึงไม่ได้เป็นแฟนไอ้จุนฮยอง เห้อ~~”
ซึงโฮถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเช็คบิลทั้งหมด และกลับบ้านตัวเองบ้าง
ปิ๊นนนนนน~~~~
เสียงแตรดังสนั่น ทำให้คนที่กำลังจะข้ามถนนถึงกลับชะงัก เมื่อรถกำลังตรงมาที่ตัวเองพอดี
ตุ้บ!!
“โอ้ย~~” เสียงร้องดังทันที เมื่อรู้สึกตัว
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า? เจ็บตรงไหนไหม? ขอบคุณนะครับที่ช่วยผม ขอบคุณจริงๆครับ”
เจ้าของใบหน้าขาวพยุงตัวเองลุกขึ้น โชคดีที่เขาไม่เป็นอะไรมาก
เพราะถูกอีกคนดึงไปอยู่ในอ้อมกอดก่อนจะกลิ้งกับพื้น
“เอ่อ เจ็บนิดหน่อย แต่คุณไม่เป็นไรใช่ไหม คราวหลังระวังหน่อย อย่าเหม่อล่ะ” พูดจบก็ดันตัวเองให้ลุกขึ้น
“โอ้ย!!!” แค่เพียงมือที่เท้าลงกับพื้นถนนก็รู้สึกถึงความเจ็บที่กระดูก
“คุณเจ็บเหรอ? เจ็บตรงไหน ไปโรงพยาบาลนะ แท็กซี่ๆ”
โชคดีที่มีรถแท็กซี่พอดี ชายหนุ่มจึงพากันขึ้นรถไปโรงพยาบาล
“ผมรู้สึกแย่จังที่ทำให้คุณต้องเจ็บ ขอโทษนะครับ” พูดจบก็โค้งหัวให้จนจะขนานกับพื้น
“เห้ย!! ไม่ต้องหรอก ผมเต็มใจช่วยน่ะ คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แค่นี้ผมไม่ตายหรอก”
ชายหนุ่มยิ้มให้ อีกคนจึงยิ้มบ้าง
“คุณชื่อซึงโฮเหรอ? ผมเห็นคุณบอกกับพยาบาลอย่างนั้น” เจ้าของผิวหิมะเลิกคิ้วถาม
“อื้ม ผมชื่อซึงโฮ ยังซึงโฮ แล้วคุณล่ะ” ชายหนุ่มยิ้มจางๆ
“ผมพัคซังฮยอนครับ แต่เรียกชอนดุงดีกว่า ง่ายดี”
ชอนดุงยิ้มกว้าง จนชายหนุ่มที่มองอยู่รู้สึกแปลกๆกับรอยยิ้มแบบนั้น
ไม่เคยมีรอยยิ้มไหนทำให้เขาใจเต้นเร็วได้มากกว่ารอยยิ้มของฮยอนซึง
แต่คนตรงหน้ากลับทำได้ และดูเหมือนจะเต้นเร็วกว่าเสียด้วยซ้ำ
“งั้นให้ผมไปส่งคุณนะ ชดเชยที่ทำให้คุณต้องเจ็บ”
ซังฮยอนพูด ก่อนจะลุกไปรับยาเมื่อพยาบาลเรียกพอดี
“ไปกันได้แล้วครับ” ชอนดุงยิ้ม ยื่นถุงยาให้อีกคน และเดินนำออกมา
“เอ่อ! ชอนดุง” ระหว่างยืนรอรถ ซึงโฮจึงเป็นคนเปิดบทสนทนา
“ครับ?” ชอนดุงหันมาเลิกคิ้วมองชายหนุ่มข้างๆ
“เป็นแฟนกันไหม?” ซึงโฮพูดจริงจัง
เขายังไม่เข้าใจตัวเองด้วยซ้ำว่าทำไมถึงพูดแบบนี้ คนที่เพิ่งเจอกันจะเป็นแฟนกันได้เหรอ?
“ห๊ะ? คุณล้ออะไรผมเปล่าเนี่ย” ชอนดุงผงะนิดหน่อย เขามองสำรวจซึงโฮอีกครั้ง
บอกตามตรงเขาก็แอบหวั่นไหวแปลกๆ แต่เขาแมนนะ!
เขาอยากจะปกป้องใครสักคนมากกว่า แต่มองดูจากซึงโฮแล้ว อีกคนต้องเป็นคนปกป้องแน่ๆ
“ฉันพูดจริงๆ เป็นแฟนกันไหม?” ซึงโฮเปลี่ยนสรรพนามเพื่อให้ใกล้ชิดมากขึ้น
แววตาจริงจังทำให้ชอนดุงถึงกับไปต่อไปไม่ถูก
“ฉันเป็นผู้ชายเห้ย!! ผู้ชายจริงๆ” ชอนดุงยืนยันหนักแน่นเช่นกัน แต่ในใจก็แอบรู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่านายเป็นผู้หญิงนี่” ซึงโฮอมยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของอีกคน
“นายนี่มัน! ฮึ่ย ถ้านายไม่ช่วยฉันนะ ฉันไม่มายืนคุยแบบนี้หรอก” ชอนดุงแยกเขี้ยวใส่
“ว่าไง? สรุป เป็นแฟนกันไหม?” ซึงโฮยืนยันประโยคเดิม เขาไม่เคยขอใครเป็นแฟนมาก่อน
ไม่เคยคบใครด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงขอคนๆนี้เป็นแฟน
แต่เขารู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก
“บ้าหรือเปล่า! นายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ กลับบ้านเองแล้วกัน ฉันไปแล้ว” ชอนดุงไม่สนใจแล้วว่าอีกคนเจ็บ
ตอนนี้หัวสมองเขากำลังตีรวนไปหมด ขาเรียวก้าวฉับๆ และพอมีรถผ่านมาก็ไม่ลังเลที่จะเรียกไว้
“เฮ้! ฉันไม่บ้านะ ฉันพูดจริงๆ ฉันชอบนายนะชอนดุง” ซึงโฮตะโกนเพื่อให้อีกคนได้ยิน
เขาคิดว่าเขาชอบอีกคนแล้วล่ะ ชอบเหมือนตอนที่เขาชอบฮยอนซึงครั้งแรก
และครั้งนี้จะไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอีกแล้ว เขาจะต้องไม่พลาดครั้งที่สองแน่ๆ
“นายมันบ้า ยังไม่จีบแล้วจะเป็นแฟนได้ไง จีบก่อนเซ่!!!” ชอนดุงพูดก่อนจะรีบขึ้นรถทันที
ใบหน้าขาวขึ้นสีระเรื่อ ปากสีชมพูสดเม้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมา
“เราเป็นผู้ชาย ผู้ชาย ผู้ชายนะเว้ย!! อยากรุก! แต่ต้องรับเหรอ? โอ้ย!! ปวดหัว”
เพราะมัวแต่คิดเรื่องของตัวเอง เลยไม่ได้บอกคนขับว่าจะไปไหน รถเลยไม่ได้ขับออกไป
จึงทำให้ซึงโฮเดินเข้ามานั่งในรถ
“ฉันว่านายเหมาะกับรับมากกว่านะ” คำพูดข้างหูทำให้ชอนดุงที่กุมขมับสะดุ้ง
“เห้ย!! มาได้ไง?” ดวงตากลมเบิกโตเล็กน้อย
“ไปหอแถวมหาวิทยาลัยโซลครับ” ซึงโฮบอกเพราะเห็นคนขับหันมามอง
เมื่อได้สถานที่ปลายทางแล้ว รถจึงเคลื่อนตัวออก
“เห้ย!! จะไปไหน มันไม่ใช่ทางไปบ้านฉันนะ” ชอนดุงโวยวาย แต่ซึงโฮเพียงยักไหล่เบาๆ
“ไปห้องฉัน จะได้รู้ว่านายจะรุกหรือรับ” ซึงโฮแกล้งยั่วอีกคน
และก็ได้ผลเพราะตอนนี้ชอนดุงหน้าแดงจัดเพราะความเขิน
“นายมัน...อุ๊บ!!” ไม่ทันได้พูดจบ ซึงโฮก็เข้าครอบครองริมฝีปาก
ลิ้นร้อนควานหาความหวานอย่างโหยหา
ในตอนแรกชอนดุงพยามผลักอีกคนออก แต่เมื่อไม่เป็นผล ก็เริ่มจะคล้อยตาม
และจากจูบครั้งนี้เขาเองก็พอจะรู้แล้วว่าใครจะรุกใครจะรับ
“หวานจัง” ซึงโฮเลียริมฝีปาก พออีกคนจะพูดก็ประกบจูบอีกครั้ง และดูเหมือนจะร้อนแรงกว่าเดิม
เหมือนกูจะไม่ต้องโสดแล้วว่ะ กูว่ากูจะมีแฟนแล้ว! ไอ้อีจุน!!
“นายไม่บอกฉันสักทีว่าจะไปไหน?” ร่างบางบ่น เมื่อเขานั่งรถมาได้สักพัก
อีกคนก็ไม่ยอมบอกเสียที ห้องก็ไม่ยอมกลับ
“เดี๋ยวก็รู้น่า จะถึงแล้วไง” ร่างสูงจุดยิ้มมุมปาก
“นายจะพาฉันมาทิ้งเหรอ มืดก็มืด เปลี่ยวก็เปลี่ยว รถสักคันก็ไม่มี บรื๋อ~~ น่ากลัว”
ร่างบางรู้สึกขนลุกทันทีเมื่อมองเห็นแต่ความมืดจากสองข้างทาง
“หึหึ ถึงแล้ว บ่นเป็นยายแก่เลยนายเนี่ย”
จุนฮยองบีบจมูกคนรักเบาๆ พลางปลดเข็มขัดนิรภัยให้ด้วย
“จะลงไปเหรอ? ไม่เอานะ!” เพราะจุนฮยองเปิดประตูรถ ร่างบางเลยรีบส่ายหัวรัว
“ลงมาสิ ฉันอยู่ทั้งคนไม่ปล่อยให้นายเป็นอะไรหรอก!”
คำพูดของจุนฮยองทำให้ร่างบางขมวดคิ้ว ประโยคนี้คุ้นๆแฮะ
“มืดอ่ะ พามาทำไมเนี่ย ไอ้หมาจุน” ร่างบางรีบเดินไปหาคนที่ยืนอยู่หน้ารถ
ไฟสว่างจากรถทำให้มองเห็นถนนเบื้องหน้า แต่มันก็ดูวังเวงเหลือเกิน
“จำไม่ได้เหรอ?” ร่างสูงเลิกคิ้วมอง ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นไปนั่งบนกระโปรงรถ
“จำ? อ๊ะ!” เหมือนร่างบางจะนึกขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่จุนฮยองต้องการจะบอกคืออะไร
“มันยังเหมือนเดิมเลย ดาวก็สวยเหมือนเดิม” จุนฮยองแทรกตัวเองระหว่างขาของอีกคน ดวงตาคมจ้องคนสวยนิ่ง
“นายยังไม่ได้มองดาวเลย นายจะรู้ได้ไงว่าดาวสวย” ฮยอนซึงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ
“รู้สิ ก็ฉันมองอยู่” จุนฮยองจุดยิ้มมุมปาก
“อะไรของนายเนี่ย ก็เห็นว่ามองหน้าฉันอยู่ เอ๊ะ!” ฮยอนซึงเม้มปาก หรี่ตามองคนตรงหน้า
“นายเป็นดาวของฉันนะ หมาหน้ามึน” พูดจบก็เสมองทางอื่น แค่นี้ก็พอจะรู้ว่า เขินชัวร์ๆ!
“อย่ามาน้ำเน่า” ฮยอนซึงย่นจมูก ที่จริงเขินมากกว่าจึงพูดกลบเกลื่อนไปแบบนั้น
“หึหึ!” จุนฮยองหัวเราะแบบที่ชอบทำ ก่อนความเงียบจะเข้าปกคลุมอีกครั้ง
“ฮยอนซึง” ร่างบางละสายตาจากดวงดาวมามองหน้าอีกคน
“หืมม์?” แววตาจริงจังกำลังทำให้ฮยอนซึงใจสั่น
“ที่นี่มีความหมายกับฉันมากนะ” ร่างสูงพูดด้วยรอยยิ้ม
“หืมม์? ทำไมอ่ะ น่ากลัวออก” พูดแล้วก็ขนลุกจนต้องยกมือมาลูบแขนตัวเอง
“นายชอบทำฉันหมดอารมณ์อยู่เรื่อย” จุนฮยองส่ายหัวเบาๆ แต่เมื่อฮยอนซึงไม่พูดอะไรเขาจึงพูดต่อ
“ที่นี่คือที่ที่ฉันบอกรักนายครั้งแรก นายจำได้หรือเปล่า?” ใบหน้าหล่อขึ้นสีเล็กน้อย
“เหรอ? จริงเหรอ? ทำไมฉันจำไม่ได้นะ” ฮยอนซึงทำท่าคิดหนัก
“อย่ามาแกล้งฉัน ฮยอนซึง!” จุนฮยองเค้นเสียง เขารู้สึกเขินอีกคนเมื่อโดนล้อเลียน
“ฮ่าๆๆ ไม่แกล้งแล้ว นายน่ารักจริงๆจุนฮยอง” ฮยอนซึงยกมือมาวางบนแก้มของอีกคนแผ่วเบา
“หมาหน้ามึน” จุนฮยองพูดเสียงเรียบ ก่อนจะวางทาบทับมือของอีกคน
ฮยอนซึงขมวดคิ้วเพราะคิดว่าจุนฮยองจะจับมือเขาออก
“หนึ่งปีแล้วนะที่เราคบกัน หนึ่งปีที่เราเป็นแฟนกันจริงๆจัง หนึ่งปีที่เราบอกรักกัน ฉันรักนายนะ”
ฮยอนซึงเบิกตากว้างกับคำพูดของอีกคน
หนึ่งปีเหรอ? หนึ่งปี? วันนี้วันครบรอบเหรอ? วันนี้วันที่เท่าไหร่? เห้ย! จริงด้วย...
“จุนฮยอง~~” ร่างบางเรียกอีกคนเสียงหวาน
“หืมม์?” ฮยอนซึงดึงมือออกจากแก้มเนียน ใบหน้าหวานซบลงกับอกกว้าง
“ขอโทษที่ลืม แต่เพราะอยู่กับนายแล้วฉันไม่ต้องคอยมานั่งนับวันเวลาว่าผ่านไปนานเท่าไหร่
สำหรับฉันทุกๆวันมันผ่านไปเร็วเสมอ ถึงเราจะทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน แต่เราก็รักกัน ฉันรักนายนะ!”
ฮยอนซึงเงยหน้าสบตาอีกคน จุนฮยองเพียงแค่จุดยิ้ม ก่อนจะลูบหัวทุยเบาๆ
“ไม่มีของขวัญให้ฉันเหรอ เห้อ~~ วันครบรอบเขาก็ควรจะมีไม่ใช่เหรอ สร้อย? นาฬิกา? แหวน?”
ร่างบางแกล้งพูดลอยๆและนั่นก็ทำให้จุนฮยองอมยิ้ม
“นายลืมแล้วยังจะมาทวงอีกเหรอ?” จุนฮยองยีหัวทุยเบาๆ
“ฮ่าๆ ฉันล้อเล่นน่ะ ฉันไม่เคยอยากได้อะไรจากนายเลย
เสียงหัวใจของทั้งสองคนเหมือนจะดังขึ้นเรื่อยๆ
“ฮยอนซึง” จุนฮยองผลักร่างบางให้ออกห่างตัว
“หืมม์?” ร่างบางจ้องคนตรงหน้านิ่ง
“ขอมือหน่อยสิ” จุนฮยองแบมือขวาออก
“ขอมือเหมือนฉันเป็นหมาเลย เอ๊ะ! แต่ฉันเป็นหมานี่”
“ฉันไม่มีสร้อยสวยๆ ไม่มีแหวนราคาแพง
จุนฮยองบีบมืออีกคนเบาๆ
“ฉันงง” ร่างบางบอกตามความจริง จนจุนฮยองหลุดขำ
“มันอาจจะไม่มีราคา แต่มันจะแทนคำมั่นสัญญาว่าฉันจะดูแลนาย
ฉันจะรักนาย และฉันอยู่กับนายตลอดไป”
ฮยอนซึงยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาปิดปาก น้ำเม็ดใสไหลออกจากดวงตาสวย
“ฉันสัญญานะฮยอนซึง” จุนฮยองจุดยิ้มอีกครั้ง
นิ้วก้อยข้างซ้ายของชายหนุ่มยื่นมาเกี่ยวรอบนิ้วนางข้างซ้ายของร่างบาง แทนคำมั่นสัญญาที่ได้พูดออกไป
มองดูแล้วก็เป็นแหวนเหมือนกัน แต่เป็นแหวนจากนิ้วมือ
“จุนฮยอง” ร่างบางเอนตัวไปซบกับอีกคน มือข้างที่ว่างกอดอีกคนแน่น
“นายมันบ้าที่สุดอ่ะ นายรู้ไหมว่ามันมีค่ามากกว่าแหวนเพชรราคาแพงเสียอีก
มันมีค่ามากสำหรับฉัน นายมีค่ามากสำหรับฉันนะ ไอ้หมาจุน”
ฮยอนซึงพูดทั้งน้ำตาแห่งความดีใจ จุนฮยองจึงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเป็นคนพูดบ้าง
“แต่งงานกันนะ” คำพูดสั้นๆ แต่ฮยอนซึงรู้สึกถึงลมหายใจที่ยาวนาน
“แต่งงานกันนะฮยอนซึง” เพราะอีกคนเงียบชายหนุ่มจึงพูดย้ำอีกครั้ง
“ไม่อ่ะ ฉันยังไม่พร้อม” ร่างบางพูดเสียงอ่อย จนจุนฮยองรู้สึกวูบที่หน้าอก
“เหรอ...อื้ม” น้ำเสียงที่เป็นปกติไม่ได้แปลว่าข้างในจะปกติเสมอไป
“อย่าทำเสียงแบบนั้นดิ” ฮยอนซึงเอ่ยเสียงอ่อน
“ฮึ!” จุนฮยองพ่นลมออกจากจมูก เวลานี้ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ในเมื่ออีกคนปฏิเสธมาซะขนาดนี้แล้ว
“อย่าทำหน้าแบบนี้ดิ แต่งอ่ะแต่งแน่ แต่เรียนจบก่อนได้ไหมเล่า!!!? ไอ้หมาปากห้อย!!”
ฮยอนซึงยิ้มกว้าง จนจุนฮยองต้องยิ้มตาม
"หึหึ งั้นเรียนจบจะให้ป๊าไปขอ" พูดจบก็ขึ้นไปนั่งข้างๆร่างบาง
"ขอบคุณนะที่รักฉัน" คนสวยเอนตัวลงนอน ดวงตากลมจ้องมองดวงดาวบนฟ้า
"ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย ฉันเต็มใจมาก!!!" ร่างสูงพูดหนักแน่น ก่อนจะล้มลงนอนตาม
"นายทำแบบนี้ได้กับแค่ฉันคนเดียวนะ!" ฮยอนซึงเลื่อนหัวมาซบลงกับหน้าอกแกร่ง
"ไม่ต้องสั่งหรอก ไม่ทำกับใครอยู่แล้ว" จุนฮยองจุดยิ้มมุมปาก
"นายน่ารักเกินไปแล้ว ฉันจะบ้าตายอยู่แล้วนะ" ฮยอนซึงถอนหายใจพรืด
วันๆหนึ่งหัวใจเต้นรัวจนคิดว่ามันจะทำงานหนักเกินไปไหม?
"หึหึ บ้าแค่ฉันคนเดียวนะ" จุนฮยองเอื้อมมือไปรั้งเอวอีกคนให้ชิดตัว
"รู้แล้ว ไอ้หมา" ฮยอนซึงยิ้มหวาน พลางพลิกตัวเองขึ้นมาอยู่บนตัวอีกคน
ร่างสูงจุดยิ้มมองใบหน้าหวานที่เห็นไม่ชัดนัก ลมหายใจร้อนเป่ารดเบาๆ
คนสวยกดจูบหนักแน่นที่ริมฝีปากอีกคน กลิ่นกุหลาบจางๆกำลังมอมเมาให้สติหลุดกระเจิง
มือหนาสอดผ่านเนื้อผ้า ลูบแผ่นหลังเนียนแผ่วเบา เสียงครางพอใจประสานกับจูบหนักหน่วง จนหลงลืมเวลา
ไม่มีคำพูดใดๆ เอ่ยออกมา มีเพียงแค่ลมหายใจที่เป่ารดกัน
เพราะทุกความรู้สึกมันอัดแน่นอยู่ในหัวใจ...มีแค่คนสองคนที่รู้มัน
kwanjaii's Talk
++ ก่อนอื่น กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด จบแล้วค่า จบแล้ว จบจริงๆ ^^
++ ที่จริงมันมีอีกตอน แต่แบบ สเปเชี่ยลในเล่มแล้วกัน ^^
++ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมา ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณศิลปิน
ขอบคุณแฟนคลับ ขอบคุณทุกๆอย่างเลยค่ะ
++ ที่จริงอยากขอบคุณเป็นรายคน แต่เดี๋ยวเผื่อไม่มีชื่อใคร เอาเป็นว่า ขอบคุณทุกๆคน รักทุกๆคนนะคะ
++ มีปัญหาอะไร หรือว่าอยากถามอะไร เกี่ยวกับหนังสือ เกี่ยวกับบลาๆ
edit @ 13 Feb 2012 22:06:06 by kwanjaii

♥♥♥
อ๊ากซึงโฺฮมีคู่แล้วว ดุงนี่เองกะแล้ว555
โจ๊กจำละเอียดมากกกก
แม้คุมหมาถึงรรถถถถ ช่างน่ารักจริงง
ไม่อยากให้จบเลยยยด้วยซ้ำเรื่องนี้มันสนุกมาก
อ่านไปก็ยิ้มไป พี่ขวัญสุดยอดดดดดดดด
#1 By tiew (110.168.135.82) on 2012-02-13 20:34